ห้องมีกลิ่นไปของวิญญาณแค้นอยู่จริงๆ แต่นางมองไม่เห็น นางเกรงว่ามันจะมีที่ซ่อน หากไม่หาที่ซ่อนนี้ให้พบก่อน การคิดจะทำลายวิญญาณแค้นนี้ก็คงจะไม่สำเร็จ
ยิ่งกว่านั้นตอนนี้ชีวิตขององค์ชายน้อยเหลือแค่ครึ่งเดียวแล้ว การใช้กำลังทำลายวิญญาณแค้นจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเลย
ถึงอย่างไรก็เป็นหนึ่งชีวิต เซี่ยเฉียวจึงเดินตามไปและหาโอกาสเอ่ย “สถานการณ์ขององค์ชายน้อยตอนนี้ข้าว่าควรจะค่อยเป็นค่อยไปหน่อยดีกว่า หากทำพิธีทันทีข้าเกรงว่าชีวิตขององค์ชายจะน่าเป็นห่วง”
“ไม่ทราบว่าท่านบำเพ็ญอยู่ที่วัดไหนหรือ” หยวนฉังจื่อเอ่ยถาม
“วัดสุ่ยเย่ว์แห่งอวิ๋นจิง” เซี่ยเฉียวตอบแต่โดยดี
“อวิ๋นจิงหรือ ก็ไม่ได้ใกล้นะ นั่นเป็นที่ที่ห่างไกล ดูท่าท่านคงไม่ได้เห็นโลกมากนัก สถานการณ์แบบองค์ชายน้อยนี่ควรจะเริ่มลงมือกำจัดโชคร้ายทันที มิฉะนั้นเขาก็คงอยู่ได้ไม่เกินสิบวัน” นักพรตเต๋าเอ่ยทันที
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ถูกต้อง แต่ก็ต้องหาเหตุผลว่าทำไมองค์ชายน้อยถึงได้โดนของสกปรกด้วยจึงจะแก้ได้ หากเราไม่พบสาเหตุ ต่อให้การทำพิธีนี้จะมีประโยชน์มากสักแค่ไหน แต่ก็จะสามารถจัดการได้เพียงวันสองวันเท่านั้น ไม่มีทางรักษาหายขาดได้ กระทั่งอาจทำให้วิญญาณแค้นนั้นไม่พอใจ พังพินาศไปพร้อมกันทั้งคู่ก็ได้”
“หากอย่างนั้นท่านมีวิธี?” หยวนฉังจื่อไม่ค่อยพอใจนัก
เรื่องขับไล่วิญญาณชั่วร้ายพวกนี้เขาทำมาหลายครั้งแล้ว
นักพรตหญิงผู้นี้อายุยังน้อยเกรงว่าจะไม่มีประสบกา