นถึงขุนนางขั้นหกแล้วมิใช่หรือ ทำไมจะต้องอ่านหนังสืออีก การรับราชการก็หาเงินได้ตั้งมากแล้ว ในหมู่บ้านของเรามีเพียงผู้ที่สอบไม่ผ่านเท่านั้นที่จะอ่านหนังสือ” จย่าฮ่วนอดไม่ได้ที่จะเอ่ย
“อย่าเอาแต่คุยกับข้าตลอดเวลาสิ หนวกหูจะตาย เจ้าพึมพำๆ อยู่แบบนี้ข้าก็ยิ่งง่วงเข้าไปใหญ่ ค่อยมาเรียกข้าเป็นฑพักๆ ก็พอแล้ว” เซี่ยผิงกั่งแลดูรำคาญ
จย่าฮ่วนกลอกตาใส่เซี่ยผิงกั่งอย่างอดไม่ได้
ผู้หญิงผู้ชายอยู่ด้วยกันก็จะต้องพึมพำๆ สิ?!
จากนั้นก็ต้องเจ้ามองข้าที ข้ามองเจ้าที เช่นนี้จึงจะมีความรักมีความรู้สึกต่อกัน?!
“ง่วงแล้วก็นอนสักพักเถอะ? ข้าปูที่นอนให้ท่านดีหรือไม่!” จย่าฮ่วนเอ่ยอย่างใจกล้าแล้วเดินเข้าไปทันที นางบุกเข้าไปในห้องหนังสือโดยไม่สนใจสีหน้าตกอกตกใจของสาวใช้
ในห้องหนังสือมีตั่งนอนวางอยู่ด้วย จย่าฮ่วนมองไปก็หน้าแดงขึ้นมาด้วยความเขินอาย แต่เมื่อนึกถึงว่าหากตนเองทำสำเร็จจริงๆ แค่กอดๆ กันเล็กน้อย นางก้ไม่ต้องกังวลเรื่องงานแต่งแล้ว…
เซี่ยผิงกั่งไม่ได้สนใจนางเลยแม้แต่น้อย เขาเอาแต่จ้องหนังสืออยู่ตลอดเวลา
จย่าฮ่วนปูที่นอนเสร็จแล้วก็เดินเข้ามาหาเซี่ยผิงกั่งอย่างเอียงอาย ก่อนจะคว้าแขนเขาไว้ “พี่ชาย…ท่านเหนื่อยหรือไม่ ข้านวดเอวให้ท่านนะ”
สาวใช้ข้างนอกก็ตกตะลึง
“หน้าไม่อาย!” สาวใช้ปิดหน้าและวิ่งหนีไป
นางจะต้องไปบอกคุณหนูใหญ่!
ลูกพี่ลูกน้องสาวที่มาใหม่คนนี้เป็นผู้หญิงยั่วยวนปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่รู้จักขนบธรรมเ