ัน ข้าก็รู้สึกยินดีไปด้วย”
เซี่ยผิงกั่งก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
“เจ้ามีน้องสาวที่ดีจริงๆ” รัชทายาทเอ่ยออกมาด้วยท่าทางสบายๆ
“…” เซี่ยผิงกั่งชะงักไปเล็กน้อย
น้องสาวของเขาไม่เลวเลย
เวลานี้เซี่ยผิงกั่งไม่ได้รำดาบกวัดแกว่งกระบี่ แต่เขาพูดคุยเกี่ยวกับคดีอยู่กับจ้าวเสวียนจิ่ง ภายนอกเขาดูสะเพร่าเลินเล่อก็จริง แต่เขากลับช่างสังเกตและพิถีพิถันเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับคดีที่อยู่ในมือเขา และเมื่อพูดถึงเรื่องสำคัญเขายิ่งพูดเป็นน้ำไหลไฟดับ
พูดไปพูดมาก็เอ่ยขึ้นว่า “ในเมื่อตอนนี้น้องหญิงใหญ่ก็มีดวงตาคู่นี้แล้ว จะมาเสียใจภายหลังก็ไร้ประโยชน์ คดีนี้ค่อนข้างน่าสงสัย หรือว่าเจ้าจะไปเดินเล่นที่ศาลตัดสินคดีกับข้าดูสักหน่อย เจ้าอาจจะได้พบเจอวิญญาณของผู้เคราะห์ร้ายแล้วจะได้ถามให้กระจ่างไป”
“…” สีหน้าเซี่ยเฉียวเปลี่ยนไปอย่างมาก
นางไม่เอาหรอก! นางได้ยินมาว่าวิญญาณที่ศาลตัดสินคดีน่าเกลียดน่ากลัวมาก!
“ไม่ได้” สีหน้าจ้าวเสวียนจิ่งเย็นเยียบลงทันที “ถ้าหากว่าเรื่องอะไรๆ ก็ต้องพึ่งพาดวงตาคู่นี้ของน้องสาวเจ้า แล้วจะมีศาลตัดสินคดีเอาไว้ทำไม”
“นั่นก็จริง” เซี่ยผิงกั่งก็พยักหน้าหลังจากคิดเรื่องนี้
การอาศัยวิญญาณมาปิดคดีบางครั้งบางคราวก็พอได้อยู่ แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นไปทุกครั้งตัวเขาเองก็จะไม่รู้จักพัฒนา อีกอย่าง…
เซี่ยผิงกั่งหันกลับไปมองเซี่ยเฉียว เมื่อเขาได้เห็นใบหน้าที่ตกใจจนขาวซีดของนางก็รู้สึกผิดในใจ “ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้