จะเป็นวิญญาณ…ก็ยังเคยมีชีวิตอยู่มาก่อนสินะ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นไม่สู้แม่นางเซี่ยช่วยวาดภาพวิญญาณที่ห้อยโหนอยู่รอบกายข้าพวกนี้ออกมาให้ข้า แล้วข้าจะส่งภาพเหมือนพวกนี้ไปที่กรมสำมะโนครัว ให้พวกเขาตรวจสอบบรรพบุรุษและทายาทของพวกมัน หากยังมีทายาทที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ให้ตัดหัวเสียให้หมด” จ้าวเสวียนจิ่งยกชาขึ้นดื่มช้าๆ “เผาบ้าน ล้างตระกูล ทำลายสุสานบรรพบุรุษ”
“…” เซี่ยเฉียวมองดูเขาอย่างเหม่อลอย ในมือนางยังจับเมล็ดแตงไว้
หลังจากที่จ้าวเสวียนจิ่งพูดจบเซี่ยเฉียวก็เห็นว่าวิญญาณที่อยู่รอบกายเขาพวกนั้นต่างพากันลอยออกไปไกลๆ ในชั่วพริบตา
“ลูกไม้นี้ใช้ได้ไหม” จ้าวเสวียนจิ่งมองด้วยรอยยิ้ม
เซี่ยเฉียวพยักหน้าอย่างมึนงง
ใช้ได้ดีทีเดียว
“เช่นนั้นก็ดี ต่อไปนี้หากตอนที่ข้าพบเจอแม่นางเซี่ยแล้วมีพวกวิญญาณอยู่ใกล้ๆ ก็ขอให้แม่นางช่วยอธิบายรูปร่างหน้าตาออกมาให้ข้าวาดเองก็ได้” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยขึ้นช้าๆ
โจวเว่ยจงแอบก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ดวงตาทั้งคู่ของเขาไม่กล้าที่จะมองไปรอบๆ สุ่มสี่สุ่มห้าอีกแล้ว
เขาเข้าใจแล้วว่าแม่นางเซี่ยครึ่งเซียนไม่จำเป็นต้องขึ้นปะรำพิธีก็สามารถเห็นวิญญาณได้
อีกอย่าง…
ที่แท้ฝ่าบาทก็ไม่ชอบให้ใครมาอยู่ข้างหลังเขา…โจวเว่ยจงอารมณ์แปรปรวน
วิญญาณแถวนี้ค่อนข้างขี้ขลาด เวลานี้กลับไม่เหลือแม้แต่ตนเดียวแล้ว
ดูท่าพวกเขาจะยังมีญาติหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้
เซี่ยเฉียวมองเขาด้วยสายตายกย่องชมเชย
“วิญญาณวุ่นวาย