พวกนี้ไปกันหมดแล้ว ตอนที่แม่นางเซี่ยมองข้ารู้สึกสบายตาสบายใจขึ้นบ้างหรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยช้าๆ อย่างได้ใจ “ข้าเคยได้ยินมาวิญญาณชั่วพวกนี้กลัวคนชั่ว ข้าแค่เพิ่งจะพูดอะไรไปแค่นิดเดียวพวกเขาก็หนีกันไปหมดแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างที่ลือกัน”
“นี่ก็ถือว่าเป็นวิธีที่ดี คนชั่วพวกนี้เต็มไปด้วยโทสะก็แปลว่าไฟในตับรุนแรง ผู้เต็มไปด้วยความโกรธย่อมมีพลังงานหยางเพียงพอโดยธรรมชาติอยู่แล้ว” เซี่ยเฉียวพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมจากนั้นนางก็มองรัชทายาทด้วยแววตาสงสัย น้ำเสียงของนางก็เปลี่ยนไป “หมอหลวงที่ตรวจชีพจรให้ท่านทุกวันว่าอย่างไรบ้าง”
หรือว่ามีตรงไหนที่พร่องไป
“หากแม่นางเซี่ยยังพูดต่อไป ข้าเกรงว่าไฟโทสะนี้ก็คงจะดับไม่ได้แล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งจ้องนางด้วยสายตาหม่นหมอง “ไม่เป็นไร ร่างกายนี้พร่องหรือไม่พร่อง สักวันหนึ่งแม่นางเซี่ยจะได้รู้ดีกว่าใคร”
รอยยิ้มของเขาแฝงแววเยาะ ดูไม่ออกเลยว่าเขาคิดอะไรอยู่
เซี่ยเฉียวรู้สึกอยู่เสมอว่าเขาแปลกๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาของเขาซึ่งดูเหมือนจะมีความแง่งอน ทั้งหล่อเหลาดูดี
“หมอหลวงอะไร สุขภาพฝ่าบาทไม่ดีหรือ” ทันใดนั้นเซี่ยผิงกั่งก็หยุดมือและก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาก่อนจะเอ่ยถาม
“ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แค่ไฟโทสะรุนแรง” จ้าวเสวียนจิ่งเน้นสามคำสุดท้ายอย่างชัดเจน