คนที่จะผ่านด่าน ‘กระจกส่องบุปผาน้ำสะท้อนดวงเดือน’ นี้ได้สำเร็จมีน้อย
แต่ของรางวัลที่สำนักศึกษาจัดไว้ให้ก็ค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อ
คนที่สามารถผ่านด่านมาถึงขั้นนี้ได้ก็จะได้รับความสนใจ นอกจากจะได้รางวัลจากสำนักศึกษาแล้ว บางครั้งราชสำนักก็ยังมอบรางวัลให้ด้วยเช่นกัน
“ค่าสมัครเท่าไรหรือ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถาม
โจวเว่ยจงมองเขาด้วยความประหลาดใจ “เจ้าคิดจะเข้าร่วมจริงหรือ ค่าสมัครไม่แพงหรอก ศิษย์ของสามสำนักศึกษาใหญ่ไม่ต้องจ่ายเงิน ส่วนคนภายนอกห้าร้อยตำลึง”
“ได้ ข้าจะไปลองดู!” เซี่ยผิงกั่งท่าทางดุดัน
“ไม่ต้องรีบร้อน วันนี้อากาศหนาวเกินไป เจ้ารอหน่อยดีกว่า” รัชทายาทแย้มยิ้ม “ขี่ม้ายิงธนูและศิลปะการต่อสู้คงไม่ยากสำหรับเจ้า แต่กลยุทธ์ทางการทหารนี่จะต้องท่องจำหนังสือไม่น้อย เดี๋ยวข้าจะให้คนเอาหีบมาส่งให้เจ้าใบหนึ่ง เจ้าศึกษาดูสักหนึ่งเดือนก็น่าจะได้แล้ว พอตอนนั้นเจ้าลงมือจะต้องทำให้ผู้คนตกตะลึงได้แน่”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท!” เซี่ยผิงกั่งคุกเข่าประสานมือด้วยท่าทางเคร่งขรึมจริงจังยิ่ง
รัชทายาทยิ่งกระตือรือร้นกว่า เขารีบพยุงเซี่ยผิงกั่งขึ้นมาทันที
เซี่ยเฉียวรู้สึกได้เลยว่าความจงรักภักดีต่อรัชทายาทของพี่ชายนางในขณะที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นจนไร้ขอบเขต
รัชทายาทเรียกได้ว่า…ให้ของขวัญเขาได้ตรงใจยิ่งนัก