วิญญาณหญิงสาวเข้าไปวนดูหนึ่งรอบ จากนั้นนางก็เดินออกมาด้วยท่าทางห่อเหี่ยว “มันเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร ถูกเผาหมดเลย เครื่องประดับของข้ากับของท่านแม่ ข้าวของที่อยู่ในบ้านนี้ไม่มีอะไรเหลือเลยสักชิ้น!”
เซี่ยเฉียวอดยิ้มไม่ได้
“ทั้งหมดนี้ข้าให้เจ้านะ เจ้ายังมีหน้ามายิ้มอีก!” วิญญาณกระทืบเท้า
“ไม่มีใครดูแลที่นี่มาตั้งหลายสิบปีแล้ว ที่มันเป็นแบบนี้ก็ไม่ได้ผิดปกติอะไรเลย หากเจ้าไม่มีทรัพย์สินเงินทองก็ตอบแทนข้าด้วยวิธีอื่นก็ได้ ทำไมข้าถึงไม่ควรยิ้มด้วยเล่า”
โม่หลิงจือเอ่ยไว้ว่าเป็นหนี้ใครก็ต้องชดใช้
วิญญาณนี้ติดค้างน้ำใจนาง ในเมื่อนางชดใช้ด้วยเงินทองไม่ได้ ย่อมต้องให้บุญนางแทน
ไม่แน่ว่าเพราะบุญครั้งนี้นางอาจจะอยู่ได้นานขึ้นอีกหน่อยก็เป็นได้
…
เซี่ยเฉียวมีความสุขมาก นางไม่ได้รีบกลับบ้านแต่กลับเดินเล่นไปยังเรือนที่ตระกูลหลินเช่าไว้อาศัยอยู่แทน
ภูมิหลังของตระกูลหลินไม่ได้ร่ำรวยอะไร ตอนที่พ่อบ้านเช่าบ้านก็คำนึงถึงเรื่องนี้เช่นกัน ทำเลที่เลือกค่อนข้างห่างไกล รอบข้างก็เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาทั้งนั้น
เซี่ยเฉียวซื้อขนมของขวัญติดไม้ติดมือไปด้วย ไม่นานนักนางก็ไปถึง
นางเพิ่งจะหยุดลงตรงตรอกเล็กๆ ก็เห็นเซี่ยผิงไหวกำลังยืนอยู่ตรงที่หนึ่งด้วยสีหน้ายุ่งเหยิง อวัยวะต่างๆ บนใบหน้าแทบจะรวมกันอยู่แล้ว
“เจ้ามายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้” เซี่ยเฉียวเดินเข้าไปหาเขาแล้วเอ่ยถาม
“พี่หญิงใหญ่ ข้ากลับบ้านได้ไหม ข้าไม่อยากอยู่ที่