ะกูลก็พังทลาย
แห่ประจานผู้บงการโจวเฟยหยวนและคนอื่นๆ ในตระกูลโจวที่รู้เรื่องราวในเดือนสาม ประหารชีวิตหลังจากฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า ส่วนคนอื่นๆ ถูกเนรเทศไปห้าพันลี้ องค์หญิงลั่วซูถูกปลดเป็นสามัญชน คุมขังในวัดหย่งเมี่ยวเพื่อสวดมนต์ให้แก่ผู้วายชนม์ ห้ามออกไปไหนตลอดชีวิต!
ไทเฮาแก่ชราลงมากในชั่วพริบตา
“อันที่จริงหลายปีมานี้ข้าก็เคยคิดถึงเรื่องนี้มาตั้งนานแล้วว่า หากซิงโม่ยังมีชีวิตอยู่จะไม่มีข่าวคราวของนางเลยได้อย่างไร ข้าเพียงแค่อยากจะรู้ว่าใครกันที่มันกล้าทำร้ายนางได้ขนาดนี้” น้ำเสียงของไทเฮากลับสงบราบเรียบ ดูไม่เหมือนว่านางได้รับความสะเทือนใจอย่างยิ่ง
“โจวเฟยหยวนนั่นสมควรตาย กล้าเหยียดหยามราชวงศ์เยี่ยงนี้!” ฮ่องเต้เองก็ทรงกริ้ว
“รัชทายาทบอกว่า เรื่องนี้ต้องขอบคุณคุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยได้สืบรู้ จึงจะต้องตบรางวัลให้เขาอย่างดีนะ” ไทเฮาเอ่ย
ฮ่องเต้เองก็เป็นลูกกตัญญู เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้นก็รีบเอ่ยทันที “เสด็จแม่วางพระทัยได้ ข้าเตรียมที่จะเลื่อนตำแหน่งให้เขาเป็นเสียงสิงต้าฟุของศาลตัดสินคดี หมอนี่อายุยังน้อย ทั้งยังกล้าหาญและมีความสามารถ รัชทายาทเองก็ชื่นชมเขามากเช่นกัน ข้าจะต้องตอบแทนเขาให้ดีแน่”
ไทเฮาพยักหน้า
เขาหาโครงกระดูกให้ลูกของนางจนพบแต่เลื่อนตำแหน่งให้เขาแค่ขั้นหก อันที่จริงก็นับว่ายังต่ำไปด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตามเขาอายุยังน้อย การเลื่อนขั้นขึ้นสูงเกินไปในคราวเดียวกลับไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร
“