าวอยู่ในห้องมานานกว่าสามชั่วยามแล้ว
แต่ละคนตัวสั่นสะท้าน ในบรรดาบางเขามีบางคนที่ยังไม่รู้อะไรเลย แต่นายหญิงชราของตระกูลโจวและพี่ชายแท้ๆ ของราชบุตรเขยต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ
เวลานี้พวกเขาจึงรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่ง
ความแตกแล้ว
“อย่าได้พูดถึงฐานะของคนผู้นั้นออกไป…เพื่อรักษาชีวิตของพวกเราตระกูลโจวทั้งหมดไว้ น้องรอง…” นายท่านใหญ่ตระกูลโจวเอ่ย
บิดาของราชบุตรเขยตายจากไปนานแล้วเหลือแต่มารดาของพวกเขา ดังนั้นสองพี่น้องจึงผูกพันกันมาก และยังคงอาศัยอยู่ในจวนแห่งนี้ด้วยกันทั้งคู่
ในบ้านยังมีน้องชายต่างมารดาและหลานชายคนอื่นๆ เดิมทีก็ยังเจริญรุ่งเรืองดี
“เจ้าทำอะไรลงไปกันแน่!” คนอื่นๆ ในตระกูลโจวคำรามออกมาอย่างโกรธจัดในเวลานี้
นายหญิงผู้เฒ่าของตระกูลโจวนั้นอายุตั้งหกเจ็ดสิบปีแล้ว เวลานี้นางทั้งหนาวทั้งหวาดกลัวจนแทบจะครองสติไว้ไม่อยู่ ริมฝีปากสั่นเทา ดูนางสงสารอย่างยิ่ง
ราชบุตรเขยโจวถูกคนลากตัวขึ้นมา
ไม่นานเขาก็ถูกลากไปอยู่ตรงหน้ารัชทายาท
เมื่อได้เห็นโครงกระดูกที่เรียงรายเป็นแถวและโลงศพเก่าคร่ำนั้น สีหน้าเรียบเฉยของราชบุตรเขยโจวก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เพี้ยะ องค์หญิงลั่วซูรีบพุ่งตัวเข้าไปตบหน้าราชบุตรเขยโจวทันที “ใครเป็นคนฆ่าคนพวกนี้ เจ้าไม่ต้องแบกรับแทนพวกเขาแล้ว นี่มันชีวิตคนทั้งนั้น!”
ราชบุตรเขยโจวเลียริมฝีปาก และสบตากับองค์หญิงลั่วซู
สายตาขององค์หญิงลั่วซูฉายแววขอร้องอ้อนวอน
“ราชบุตรเขยโจว คนที่อยู่ใ