งใหญ่ ทำไมเล่า!”
นางทำอย่างนี้กับเขาได้อย่างไร!
แม้ว่าเขาจะร้ายกับคนนอกแต่เขาก็ดีกับพี่หญิงใหญ่มากนะ!
“อาจจะเป็นเพราะวันนี้ข้าต้องอับอายขายหน้าน่ะ?” มือน้อยๆ ของเซี่ยเฉียวถูไถใบหน้าของนางพลางเอ่ยอธิบายอย่างช้าๆ “โบราณว่าไว้ พี่สาวคนโตก็เหมือนมารดา พวกเราทั้งคู่ไม่มีท่านแม่แล้ว หากเจ้าโง่เง่าเหลือทนก็หมายความว่าข้าเป็นพี่สาวที่ไม่ดี วันนี้เจ้าทำให้แขกต้องอับอาย เอะอะโวยวาย ทำให้ข้าอับอายจนไม่รู้จะพูดอย่างไร น้องชายเจ้าลองคิดดูว่า พี่สาวคนนี้ของเจ้าเคยต้องอับอายขายหน้าขนาดนี้เชียวหรือ”
พอได้ยินเช่นนั้นเซี่ยผิงไหวก็รู้สึกร้อนตัวแล้ว
พี่หญิงใหญ่เหมือนลมบริสุทธิ์หลังฝนที่สะอาดชัดเจน
ไหนเลยจะอับอายขายหน้าได้
หากจะพูดให้หยาบคายหน่อยก็คือ แม้นางจะผายลมออกมาก็ต้องมีกลิ่นหอมแน่
วันนี้…
พี่หญิงใหญ่ก็น่าจะต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยกระมัง…
เซี่ยเฉียวพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว เซี่ยผิงไหวก็รู้ตัวแล้วว่าเขาเลือกที่จะไม่ขอโทษไม่ได้แล้ว ฐานะของเขาในบ้านนี้…ไม่สามารถพูดอะไรได้! หากเขาไม่ทำตามสงสัยคงไม่ได้กินข้าวแน่
เซี่ยผิงไหวฮึดฮัดในใจสองสามที รอให้เขาโตก่อนเถอะ หากเขามีเงินมากๆ เมื่อไร ถึงตอนนั้นเขาทำอะไรก็ไม่ต้องคอยสังเกตสีหน้าของใครแล้ว!
จากนั้นเขาจึงเดินออกไปอย่างเกรี้ยวกราด!
เขาก้าวออกไปอย่างทรงพลัง ท่าทางที่ทุ่มสุดตัวที่แสดงออกไปราวกับมีศัตรูอยู่ตรงหน้า!
เซี่ยผิงไหวเดินไปจนถึงห้องปีก
“ท่านตา ท่