วแม้แต่ท่านพ่อกับพี่ชายเขาก็เพียงแค่กลัว ไม่ได้มีความเคารพมากมาย ข้าในฐานะพี่สาวมีสุขภาพร่างกายไม่ดี จึงจนปัญญาที่จะสั่งสอนเขาเองได้ ข้าคิดว่าวันหน้า…หากท่านสะดวก คงต้องรบกวนท่านตาหลินแล้ว” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างสุภาพ
เซี่ยผิงไหวหน้ามุ่ย
ใครอยากจะรบกวนพวกเขากันเล่า
คนพวกนี้…เป็นใครกันน่ะ เขาไม่สนิทสนมคุ้นเคยสักหน่อย!
อย่างไรก็ตามเขาไม่ก็กล้าโต้แย้งคำพูดของพี่สาว ได้แต่ต้องยืนอยู่นิ่งๆ โดยดี
เมื่อเห็นเด็กที่อยู่ตรงข้ามเขามองเขาด้วยตาดำๆ เซี่ยผิงไหวจึงแยกเขี้ยวยิงฟันกลอกตาใส่พวกเขาไปหนึ่งที จนทำให้เด็กสองคนในนั้นซึ่งเพิ่งจะสี่ห้าขวบต้องหน้ามุ่ย
ผู้เฒ่าหลินคิดไม่ถึงว่าเซี่ยเฉียวจะพูดเช่นนี้ เขารู้สึกประหลาดใจมาก
คำพูดนี้หมายถึงนางต้องการที่จะคบค้าไปมาหาสู่กันในระยะยาวใช่หรือไม่
“สมควรแล้ว สมควรแล้ว” ผู้เฒ่าหลินดีใจอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวหาโอกาสคุยอะไรเบาๆ อีกสองสามประโยค
หลินหยาเซียงเฝ้าสังเกตเด็กสาวอยู่ตลอดเวลา ตอนที่พวกนางเพิ่งเข้ามานางก็เห็นว่า สายตาของหญิงสาวมักจะมองต่ำเสมอ จนทำให้นางคิดว่าเซี่ยเฉียวคงมีเรื่องอะไรในใจ
แต่หลังจากที่พวกนางได้พูดคุยกันแล้วกลับพบว่าแม่นางน้อยผู้นี้น่ารักใคร่เอ็นดู
เสียงของนางเบาและอ่อนแอ ฟังดูมีพลังมาก ท่าทางของนางดูสบายๆ เหมือนไม่ใส่ใจ แต่ความจริงแล้วเด็กสาวคนนี้สามารถตอบทุกคำที่บิดาของนางเอ่ยออกมาได้
และเรื่องที่บิดาของนางพูดถึงคือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในบ้าน