ูกเขา ของที่เขานำมาให้คราวนี้จึงค่อนข้างมีราคา
แผ่นป้ายเงินเล็กๆ สี่ชิ้น แต่ละชิ้นมีน้ำหนักห้าตำลึง ด้านบนยังมีลวดลายอีกด้วย
ค่างานฝีมือรวมกับมูลค่าของแผ่นป้ายเงินนี้เองไม่ต่ำกว่าสามสิบสี่สิบตำลึง
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีของขวัญอื่นๆ ที่ขนออกจากรถม้าด้านนอกอีกด้วย
ครั้งนี้ตระกูลหลินใช้เงินไปไม่น้อยเลยทีเดียว
ในเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นของขวัญก็ต้องรับไว้ ถึงอย่างไรผู้เฒ่าหลินก็เป็นผู้อาวุโส
เซี่ยเฉียวใช้ให้เด็กน้อยทั้งสองคนเข้าไปรับของขวัญมา
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเซี่ยผิงไหวจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ในห้องเขาก็มีของดีๆ ไม่ใช่น้อย เขาไม่ได้ขาดแคลนเงินทองแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อเขาเห็นสิ่งของพวกนี้ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจและมีท่าทีนิ่งเฉย
แต่เซี่ยซีไม่เหมือนกับกับเขา นางถือกล่องที่มีแผ่นป้ายเงินในมือไว้ราวกับกลัวจะถูกคนแย่งไปกระนั้น
ท่าทีของเด็กทั้งสองไม่ได้รอดพ้นสายตาของพวกผู้เฒ่าหลิน
หากจะบอกว่าไม่ผิดหวังก็คงโกหก
พวกเขามาที่นี่อย่างมีความสุขและย่อมหวังว่าจะได้ใกล้ชิดกับหลานชายและหลานสาวของตนสักหน่อย แต่ตอนนี้หลานชายคนนี้ดูถูกพวกเขาตั้งแต่แรกเห็น ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าหรือในใจก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
“ข้าคิดว่าท่านตาหลินน่าจะรู้แล้วว่าบิดาของข้าแต่งงานอีกครั้งหลังจากที่แม่สองจากไปแล้ว ผิงไหวได้รับการเลี้ยงดูจากนางตั้งแต่หกเจ็ดขวบ หลูซื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตามใจเขา จึงทำให้เขาค่อนข้างเอาแต่ใจเล็กน้อย ในครอบครั