ชายเก้าไม่ได้ลงมือ ดูท่ามรรคาจารย์จะออกโรงเองแล้ว”
“อย่างไรก็มีคนรนหาที่ตายอยู่ดี ขวางไม่ได้หรอก”
เวยซวิ่นมิได้หวั่นไหวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์ของคนจำนวนมหาศาล สายตาของเขามองไปทางอารามมังกรผงาด ในเวลานั้นเองเวยซวิ่นกลับต้องตื่นตะลึง เขาเห็นนักพรตผู้หนึ่งเดินอยู่บนเมฆ ชุดคลุมนักพรตของนักพรตผู้นั้นงดงามหรูหราไม่ธรรมดาและยังมีแสงเรืองรองอีกด้วย ใบหน้าของเขายิ่งหนุ่มแน่นหล่อเหลา นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เวยซวิ่นเคยได้พบกับผู้อัศจรรย์เช่นนี้
ศิษย์ของอารามมังกรผงาดและผู้มาทำบุญต่างตกตะลึง การปรากฏตัวเช่นนี้จะไม่ทำให้คนตกตะลึงได้อย่างไร ชิงเออร์มองเจียงฉางเชิงลอยเข้ามา นางมีสีหน้าเหม่อลอย ความทรงจำที่อยู่ส่วนลึกของสมองผุดขึ้นมาอีกครั้ง รูปร่างหน้าตาของท่านนักพรตยังคงหนุ่มแน่นเหมือนครั้งนางยังเด็กไม่มีผิดเพี้ยน
เจียงฉางเชิงลอยค้างอยู่บนหน้าผา เขามองเวยซวิ่นและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “มาสู้กันบนอากาศเถิด จะได้ไม่ทำให้ยอดเขายุทธ์เสียหาย”
เวยซวิ่นพยักหน้า เขาชูดาบยักษ์ขึ้นและกระโดดจากหน้าผาขึ้นไปบนอากาศ
“เทวชน!” เจียงเจียนหรี่ตาลง สีหน้าของฮวงชวนยังคงเคร่งขรึม
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ทั้งเจียงฉางเชิงและเวยซวิ่นมาอยู่กลางอากาศระหว่างเขาทั้งสองลูก คนทั้งสองอยู่ห่างกันสิบจั้ง เจียงฉางเชิงเอ่ยปากว่า “มาเถิด ให้ข้าได้ชมยอดเคล็ดวิชาของสำนักหลังบัลลังก์สักหน่อย”
เวยซวิ่นกุมดาบด้วยสองมือแล