ะชูไว้ตรงหน้า ใบดาบบดบังใบหน้าของเขา ลมปราณปะทุออกมากลายเป็นเปลวเพลิงหมุนพันรอบกาย พละกำลังของเขาสูงขึ้นเป็นทวีคูณ ทำให้คนที่มาชมการต่อสู้บริเวณประตูขึ้นยอดเขายุทธ์ต้องตื่นตกใจ ต่อให้เป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้ฝึกยุทธ์ก็ยังสามารถสัมผัสพละกำลังนี้ได้
เวยซวิ่นตะโกนเสียงแข็งไปว่า “นี่คือดาบเปลวเพลิงเทวะ ขอมรรคาจารย์ให้คำชี้แนะด้วย!”
เขาหวดดาบไปเต็มแรง รวดเร็วยิ่งนัก ปราณวิญญาณดาบจำนวนนับไม่ถ้วนฟันออกไป พริบตานั้นเปลวเพลิงพลุ่งพล่านลุกโชติช่วงขึ้นมา ราวกับคลื่นเพลิงระลอกแล้วระลอกเล่าพุ่งเข้าจู่โจมเจียงฉางเชิง รุนแรงเกินต้าน ต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ปราณดาบเปลวเพลิงโหมระลอกแล้วระลอกเล่าเข้ากระแทกเจียงฉางเชิง แต่กลับปะทะกับเกราะกำบังล่องหนจนสะท้อนและสลายไป แต่ปราณดาบเปลวเพลิงโหมมีมากเกินไปจริงๆ แม้ว่าเปลวเพลิงโหมจะระเบิดกระจายออกไปก็ยังคงปกคลุมร่างของเจียงฉางเชิงเอาไว้อยู่ ไอเพลิงร้อนแรงทำให้ผู้ชมการต่อสู้มีเหงื่อไหลอาบ แสงเพลิงแผดแสงโชติช่วงอยู่บนใบหน้าของพวกเขา นัยน์ตาเปี่ยมด้วยทะเลเพลิงโหมกระหน่ำ
ฮวงชวนกำสองหมัดแน่น เอ่ยเสียงต่ำว่า “เป็นพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งเหลือเกิน”
เจียงเจียนหรี่ตาลงจ้องเขม็งไปที่เวยซวิ่น เวยซวิ่นรวมพลังยุทธ์เข้าโจมตีแต่เพียงเจียงฉางเชิงเท่านั้น ไม่ได้กระทบถึงอารามมังกรผงาดและยอดเขายุทธ์ แต่ถึงกระนั้นลมปราณซึ่งเป็นเปลวเพลิงร้อนระอุก็ยังน่าตื่นตกใจ