ขอบคุณข้าอยู่ไม่ใช่หรือ ข้าจำได้ว่าตอนนั้นเจ้าขอให้ข้าช่วยตามหาคนคนหนึ่ง เจ้ายังบอกว่าจะให้ไม้แกะสลักข้า…ผ่านไปตั้งนานขนาดนี้แล้วข้ายังไม่เห็นมีอะไรส่งมาให้เลย…จะให้เจ้ามัวแต่คิดถึงเรื่องนี้ก็ใช่ที เช่นนั้นแล้ว…”
จ้าวเสวียนจิ่งหยิบพู่หยกกลับคืนมาก่อนจะหักมันเบาๆ จนแตกออกเป็นสองส่วน
เขาครึ่งหนึ่ง นางครึ่งหนึ่ง
“ในเมื่อเจ้ากับข้าต้องมอบของขวัญให้กันและกัน ให้กันไปให้กันมาก็ลำบากวุ่นวาย แบ่งกันไปคนละครึ่งแบบนี้ก็ถือว่าหายกันแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งหยิบไปครึ่งหนึ่งก่อนจะขึ้นหลังม้าไป
เซี่ยเฉียวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งพลางก้มลองมองอีกครึ่งหนึ่งที่อยู่ในมือของนาง…
มันยังสมบูรณ์ดี!
จี้หยกนี้แกะสลักมาแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าสามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนได้!
เซี่ยเฉียวค่อยๆ ปีนขึ้นรถม้า จากนั้นจึงยื่นศีรษะมองออกไปข้างนอก สีหน้าของนางสงบนิ่งราบเรียบก็จริง แต่ดวงตาคู่นั้นของนางกลับจ้องมองไปที่ร่างของรัชทายาทอย่างมีชีวิตชีวา
ท่าทางยกมือเหวี่ยงขาของเขาสง่างามมากจริงๆ มีเสน่ห์เปี่ยมด้วยพลัง แม้แต่ท่าขึ้นหลังม้าก็ยังหล่อเหลา
เซี่ยเฉียวเหม่อไปครู่หนึ่ง
ทว่ารัชทายาทคงไม่ได้ชอบหน้าตาอย่างนางนี้เข้าหรอกนะ?
มิฉะนั้นการให้จี้หยกนกเป็ดน้ำคู่นี้…ก็ออกจะคลุมเครือไปหน่อยไหม
เซี่ยเฉียวประคองแก้มด้วยมือข้างหนึ่ง ฝ่ามือหนุนคาง มุมปากแผงรอยยิ้ม ดวงตายิบหยี ทันใดนั้นนางก็โบกมือออกจากหน้าต่างรถม้าและเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ฝ่าบาท ขอ