งอยากจะระบายความคับแค้นใจแทนพี่หญิงต่งเสียจริง
เมื่อนึกถึงสิ่งที่พี่หญิงต่งพูดดวงตาของนางก็วาบแสงชั่วร้าย
ถ้าหากเซี่ยเฉียวเกิดเรื่อง เช่นนั้นแล้ว…เซี่ยผิงกั่งก็จะต้องโศกเศร้าเสียใจไม่ใช่หรือ! เขารังแกคุณหนูบ้านอื่น หากน้องสาวของตนเองถูกรังแกบ้าง มันจะไม่ใช่กรรมตามสนองหรอกหรือ!
ต่งซีอวิ๋นเห็นท่าทางเช่นนั้นของซย่าหย่าอวิ๋นก็แสร้งทำเป็นไม่เห็น
…
ตกเย็นเซี่ยเฉียวก็กลับบ้านไปพร้อมกับข้อสอบแปดวิชาที่นางได้ที่หนึ่ง
แล้ววางลงตรงหน้าเซี่ยหนิวซาน
เซี่ยหนิวซานมองไปที่กระดาษข้อสอบด้วยความมึนงง “ข้าไม่ชอบอ่านของอวดรู้พวกนี้ เจ้าจะทำอะไร”
เซี่ยผิงกั่งกลับหยิบไปมอง จากนั้นแววตาของเขาก็เป็นประกาย “คะแนนข้างบนนี่ไม่ใช่ว่าเจ้าเขียนขึ้นมาเองหรอกใช่ไหม!”
“…” เซี่ยเฉียวหัวเราะเยาะขึ้นมา
“พี่หญิงใหญ่ ยอดเยี่ยมมาก” จู่ๆ เซี่ยซีก็ยื่นศีรษะออกมา
“เช่นนั้นแล้วนี่ก็เป็นของจริงสิ?” เซี่ยผิงกั่งฉีกยิ้มกว้าง เขาดีใจเป็นที่สุด หนวดเคราที่เพิ่งงอกใหม่บนใบหน้าของเขาดูเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อย “ดีมาก! เจ้าเหมือนท่านแม่ของพวกเรามาก ท่านแม่เราก็ฉลาดอย่างนี้แหละ!”
ไม่เหมือนท่านพ่อเลย!
“นี่มันอะไรกันแน่” เซี่ยหนิวซานยังคงงงงวย จากนั้นเขาจึงมองดูให้ดีๆ และเห็นว่าบนกระดาษแต่ละแผ่นล้วนแต่มีอักษรเขียนไว้ว่าระดับหนึ่งขั้นสูงชั้นหนึ่ง
หมายถึงที่หนึ่งหรือ
“น้องหญิงใหญ่ได้ที่หนึ่งในแปดวิชา มันวิเศษมาก” เซี่ยผิงกั่งอธิบายคลายความ