็ไม่ค่อยปลูกดอกไม้ ส่วนใหญ่จะปลูกสมุนไพรหรือผัก อย่างไรตามในช่วงปีแรกๆ นางต้องกินยาจำนวนมาก และโม่หลิงจือก็เลี้ยงนางไม่ไหวจึงต้องเพิ่มรายได้และประหยัดค่าใช้จ่ายอยู่เสมอ
แต่สุขภาพนางไม่ดี แม้แต่การปลูกสมุนไพรก็ไม่สามารถพิถีพิถันมากเกินไปได้
อย่างไรก็ตามนางก็พยายามลองเลี้ยงดู บางครั้งนางก็แค่นั่งใกล้สมุนไพรเหล่านั้นและอ่านหนังสือ ส่วนงานจำพวกการรดน้ำนางก็ได้แต่ต้องจ้างชาวบริเวณบ้านตีนเขามาทำให้เป็นครั้งคราวไปเท่านั้น
ถึงจะยากลำบากเช่นนี้ แต่ทุกครั้งก็สามารถเก็บเกี่ยววัตถุดิบยาได้มาก
หลังจากผ่านไปนานนางก็พบว่า ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวได้หรือไม่ได้ก็ตาม ตราบใดที่นางเป็นคนเลี้ยง ขอแค่มันยังมีชีวิตอยู่เท่านั้นก็จะสามารถเติบโตได้ดี
ทักษะดังกล่าวยังช่วยปลอบประโลมจิตวิญญาณของนางที่ได้รับความกระทบกระเทือนเมื่อครั้งยังเยาว์วัยอีกด้วย
“อาจารย์ของเจ้ารักดอกไม้มาก เขาจะต้องมีเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ไม่น้อยเลยใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว อาจารย์มีห้องดอกไม้อยู่ห้องหนึ่ง ในนั้นมีเมล็ดพันธุ์ดอกไม้อยู่หลายพันเมล็ดเลยทีเดียว แค่เมล็ดดอกเบญจมาศก็มีหลายร้อยประเภทแล้ว” เด็กรับใช้เอ่ยอย่างภาคภูมิใจ
พวกบ้าดอกไม้
เซี่ยเฉียวยิ้มแห้งๆ
ในการสอบประเมินครั้งนี้ เหตุผลที่นางได้ที่หนึ่งในเนื้อหาเกี่ยวกับวิถีดอกไม้นั้นก็เป็นเพราะ…นิสัยแปลกๆ ของศิษย์น้องสามของนาง
ของขวัญส่วนใหญ่ที่นางได้รับในช่วงหลายปีที่ผ่