าเหลวไหลไร้สาระ”
เมื่อคำพูดนี้ของเซี่ยเฉียวหลุดออกมา เพลิงโทสะของซย่าหย่าอวิ๋นก็พลุ่งพล่านทันที
“เซี่ยเฉียว เจ้าไม่รู้จักความละอายเสียเลย ไม่มียางอายเลยหรือ ถึงได้ดูหมิ่นพี่หญิงต่งแบบนี้” ซย่าหย่าอวิ๋นแทบอยากจะบีบคอเซี่ยเฉียวให้ตายไปเลย
แต่เซี่ยเฉียวไม่ได้ดูร้อนใจอะไร “พวกเจ้ามีใครเคยได้ยินไหมว่าพี่ชายใหญ่ของข้าแสดงกริยาไม่เคารพผู้หญิงอื่นนอกจากแม่นางต่งอีกหรือไม่ พี่ชายของข้าผ่านวัยสวมหมวกมาแล้ว แต่ข้างกายเขาไม่มีแม้แต่สาวใช้ข้างห้องสักคน เขาเอาแต่คิดจะทำงานให้กับราชสำนัก ไม่เข้าใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ที่สุดแล้ว พี่ชายใหญ่ของข้ายังไม่รู้เรื่องแต่งภรรยาอะไรทำนองนี้เลย!”
“ไม่มีเหตุผลเลยที่ชื่อเสียงของแม่นางต่งจะสูงส่ง แล้วชื่อเสียงพี่ชายใหญ่ข้าจะต้องไร้ค่า? แค่เพราะแม่นางต่งโวยวายออกมาก่อน? จึงได้ดูน่าสงสารหน่อย?”
“หากเป็นเช่นนี้ ต่อไปข้าคงต้องบอกพี่ชายของข้าว่าอย่าได้แข็งแกร่งบึกบึนเกินไปจนดูเหมือนคนไม่ดี ต่อไปหากคุณหนูต่งเข้าใกล้เขาอีกภายในระยะสามเมตรก็ให้ร้องออกมาก่อน เผื่อคุณหนูต่งเห็นว่าเขาน่าสงสารจะได้ปล่อยเขาไปสักครั้ง” เซี่ยเฉียวเอ่ยเบาๆ ราวกับว่านางกำลังอ่านพระสูตรอยู่กระนั้น
คำพูดเหล่านี้เปลี่ยนแปลงการรับรู้ที่ผ่านมาของทุกคนจริงๆ
จนถึงขนาดทำให้พวกเขาสับสนอยู่บ้าง เซี่ยผิงกั่งนั้นคงไม่ได้บริสุทธิ์ไร้ความผิดจริงๆ หรอกนะ?!
มันไม่น่าเป็นไปได้ ต่งซีอวิ๋นเป็นผู้หญิงที่มีมากความสามาร