ั่งเองก็ถูกลิขิตให้โดดเดี่ยวเป็นหม้าย เขายังมีหน้ามาขอให้นางมีลูกอีก?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เซี่ยเฉียวก็รู้สึกว่าทั้งที่เวลาผ่านมานานมากขนาดนี้แล้ว แต่โหงวเฮ้งของพี่ชายใหญ่นางก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ลิขิตชะตานี้รุนแรงเกินไป เขาต่างหากที่ควรจะพกยันต์เนื้อคู่นี้เพิ่ม!
เซี่ยผิงกั่งหัวเราะขึ้นมา เขายังนึกว่าเซี่ยเฉียวเขินอายจึงก้าวเท้ายาวๆ จากไปหลังจากนั้นทันที
พอเซี่ยผิงกั่งจากไปเซี่ยเฉียวก็ถอนหายใจ
ผู้ดูแลร้านมองดูเซี่ยเฉียวกำลังขึ้นไปชั้นบน เดิมทีเขาต้องการจะหยุดนาง แต่เมื่อเขามองไปที่แผ่นหลังของนางก็ต้อง ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จนปล่อยให้เซี่ยเฉียวบุกรุกเข้าไปข้างในได้
รูปร่างของแม่นางเซี่ยและเจ้าของร้านเหมือนกันไม่มีผิด
ตอนนี้นางก็ขึ้นไปข้างบนแล้ว ผู้ดูแลจึงไม่อาจพูดอะไรได้อีก ได้แต่รอให้เจ้าของร้านมาแล้วเขาค่อยบอกกล่าวเรื่องนี้แก่นาง
เซี่ยเฉียวขึ้นไปชั้นบนแล้วก็ปล่อยวิญญาณหญิงสาวสวมชุดชาววังออกมา
วิญญาณหญิงสาวที่ถูกเลี้ยงอยู่ข้างในมาเป็นเวลานานขนาดนี้ดูมีพลังขึ้นมาก
เซี่ยเฉียวมองนางก่อนจะเอ่ยถามหยั่งเชิง “ตอนนี้เจ้าคิดออกหรือว่าตนเองเป็นใคร”
วิญญาณผู้หญิงชะงักไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า “ข้าจำได้แค่ว่าตอนกลางคืนมีคนเยอะมาก มีโคมลอย ดอกไม้ไฟ ประทัด และ…”
ทันใดนั้นสีหน้าวิญญาณหญิงสาวแสดงออกถึงความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก รูม่านตาของนางก็ขยายใหญ่ขึ้น และเสียงของนางก็แหลมสูง “เขาฆ่าข้า! เขาฆ่าข้