นขนมเกาลัดทุกวันๆ แล้วพ่อครัวที่สามารถทำขนมเกาลัดได้อยู่แค่ใต้จมูกเจ้า เจ้าจะไม่อยากพาเขากลับบ้านแล้วให้เขาทำขนมเกาลัดให้เจ้ากินทุกวันหรือ ฉู่เจี้ยนฉกฉวยเอาหยกขาวไปก็เป็นเรื่องธรรมดา”
“อีกอย่าง หยกขาวของฉู่เจี้ยนก็มาจากการแลกเปลี่ยนกับการแนะนำรายชื่อ ซึ่งหากว่ากันในด้านวิธีการแล้ว เขาก็นับว่าได้มาอย่างถูกต้อง”
นอกจากนั้น ในตอนนั้นฉู่เจี้ยนก็คิดว่าเผยหว่านเย่ว์เก็บหยกขาวได้ และไม่ได้รู้ว่าเผยหว่านเย่ว์เป็นคนขโมยมันไป
เมื่อมองอย่างนี้แล้ว แม้ว่าฉู่เจี้ยนจะผิดแต่ก็ผิดไม่มาก
แน่นอนว่านางเองก็ไม่ได้คิดว่าฉู่เจี้ยนจะถูกไปทั้งหมด เพียงแต่ฉู่เจี้ยนก็กราบอาจารย์ไปแล้ว เซี่ยผิงไหวก็ไม่ควรที่จะมัวแต่คิดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้ว
เซี่ยผิงไหวเบะปาก
“เขารังแกข้าตลอดเลย!” เซี่ยผิงไหวยังคงยืนกราน
เซี่ยเฉียวทอดถอนใจ
“เจ้าคิดว่าฉู่เจี้ยนฉลาดไหม” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“อืม เขาท่องหนังสือได้เร็ว อาจารย์ก็มักจะชมเขาอยู่ตลอด” เซี่ยผิงไหวห่อเหี่ยวเล็กน้อย
“ใช่ เขาฉลาด คนฉลากมักจะจับจ้องมองไปข้างบนอยู่เสมอ หากอย่างนั้นทำไมเขาถึงต้องสนใจเจ้าอยู่เสมอด้วยเล่า นั่นก็เพราะเขามองออกว่าอาจารย์เซียว…กำลังสั่งสอนเจ้า”
“เขาวางเจ้าไว้ในระดับเดียวกับเขา แต่กลับพบว่าเข้ากำลังทำให้ตัวเองเสียโอกาสไปหมดทุกเรื่อง ไม่จริงจัง ไม่มั่นคง รู้ความ กระทั่งไม่ละอาย ก็เหมือนกับ…มีคนวิจารณ์ขนมเกาลัดว่าเหม็นเหมือนมูลต่อหน้าเจ้านั่นล่ะ! ในคว