รเขาไม่ได้จริงๆ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่รู้จักที่จะตรวจสอบของที่อยู่ในห้องเก็บอาวุธของตนเองบ้าง หากเขาจะเอาใจใส่ขึ้นมาสักหน่อย ของก็คงไม่ถูกคนอื่นโยกย้ายไปจนเกลี้ยงแบบนี้
แต่ถึงนางจะพูดเช่นนั้น เขาก็ยังเป็นบิดาของนางอยู่ดี
นางจะเพิกเฉยก็คงไม่ได้ จะปล่อยให้เขาโกรธจนกลายเป็นเรื่องอื่นคงไม่ดี
เซี่ยเฉียวผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบรุดไปยังเรือนด้านหน้า
เซี่ยหนิวซานจัดการสั่งคนเรียบร้อยแล้ว ทั้งยังให้แต่ละคนถือไม้กวาดไปด้วย แค่ดูก็รู้แล้วว่าจะไปเอาเรื่อง
“ท่านพ่อ” เซี่ยเฉียวตะโกนออกไปเสียงสั่นๆ ด้วยใบหน้าขาวซีด “นี่ท่านจะไปฆ่าคนหรือ”
เซี่ยหนิวซานได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกผิดเล็กน้อย “ไม่ใช่ ข้าจะไปทวงหนี้…”
“ใครขโมยของอะไรไปจากบ้านเราหรือ” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวยังคงนุ่มนวล
เซี่ยหนิวซานก็ละอายที่จะพูดตรงๆ
จู่ๆ เซี่ยเฉียวก็หัวเราะขึ้นก่อนจะเอ่ย “วางของพวกนี้ลงเถอะ ไม้กวาดเยอะแยะขนาดนี้ พวกเจ้าจะไปกวาดใบไม้ร่วงกันหรือ ท่านพ่อ ข้าได้ยินว่าท่านทำของหายหรือ”
เซี่ยหนิวซานมองพ่อบ้านด้วยสายตาดุดัน
พ่อบ้านหดศีรษะด้วยความลำบากใจ
“ท่านจะไปจ้องคนอื่นเขาทำไม พ่อบ้านทำของหายหรือ” เซี่ยเฉียวไม่รีบร้อน จากนั้นนางก็เดินเข้าไปลูบม้าตัวที่ยืนอยู่ข้างกายเซี่ยหนิวซาน ม้าตัวนั้นก็ถูไถตัวเองเข้ากับหน้าอกของนางด้วยท่าทางอันแสนเชื่อง เซี่ยเฉียวเอ่ยขึ้นช้าๆ “ในเมื่อมอบของให้เขาไปแล้ว จะไปขอคืนอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ได้อย่างไร