ท่านเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง หากไม่มีความน่าเชื่อถือ ท่านจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างไร”
“แม้ว่าหลูจะซื่อจะไปคนส่งของก็จริง แต่ตอนนั้นหลูซื่อก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของท่าน เรื่องนี้ก็ยังต้องนับว่าท่านต้องรับผิดชอบ ข้าว่าม้าตัวนี้ก็ดูเหนื่อยมากแล้ว ปล่อยให้มันพักสักหน่อยเถอะ” เซี่ยเฉียวถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้นช้าๆ
เซี่ยหนิวซานมองเซี่ยเฉียวด้วยสาตาซับซ้อน แม้ว่าเขาจะว่ารู้สึกไร้ยางอาย แต่เขาก็ยังพูดขึ้นมาว่า “อินทรีทองคำนั้นมีค่ามาก จะให้ตระกูลเมิ่งไปเปล่าๆ ได้อย่างไร…”
“ก็ไม่ได้ให้ไปเปล่าๆ หรอก” เซี่ยเฉียวพ่นลมหายใจ “พวกเขาติดค้างพวกเราอยู่เรื่องหนึ่ง เราค่อยขอกลับบ้างก็ได้”
ขอเรื่องอื่นเป็นไปได้ แต่เรื่องของจะขอคืนมาไม่ได้
หากอยากจะได้กลับคืนมาจริงๆ จะต้องให้พวกเขาเต็มใจส่งคืนมาให้ด้วยตนเองจึงจะได้
เซี่ยหนิวซานได้ยินนางพูดเช่นนั้นก็โยนบังเหียนทิ้งทันที
“นังหนู เช่นนั้นแล้วพวกเราจะขออะไรเล่า มูลค่าของมันจะต้องประมาณสามสี่หมื่นตำลึงเลยนะ ไม่เช่นนั้นข้ากินไม่ได้นอนไม่หลับแน่ๆ” เซี่ยหนิวซานไม่อยากทำการค้าที่ขาดทุนเลยจริงๆ
เขาเองก็รู้ว่าตนเองไม่สามารถที่จะไปขอของกลับมาได้
ต่อให้เซี่ยเฉียวไม่มาห้าม อย่างมากเขาก็พาคนของเขาออกไปเดินเล่นข้างนอกสักรอบ
เขาคิดจะผ่านบ้านตระกูลเมิ่งโดยเฉพาะ เพื่อให้ตระกูลเมิ่งรู้ว่าเขาไม่ใช่สิ่งของ หากไม่ต้องการคบกันเมื่อไร ต่อไปก็ให้คืนของเขามา
เขายังไม่โง่ถึงขนาดจะไปหักหน้าขุน