โกรธจนเลือดขึ้นหน้าจึงเอ่ยขึ้นทันที “นางไม่เลวได้อย่างไรเล่า! สมบัติของตระกูลที่ข้าเก็บซ่อนไว้ถูกนางกระจายออกไปจนหมดแล้ว นางร้ายกาจเสียยิ่งกว่าสัตว์ร้ายเสียอีก อ้าปากทีเดียวกินเงินข้าไปตั้งสองแสนตำลึงเชียว!”
“สองแสนตำลึง?!” เซี่ยหมั่งซานใจเต้นกระตุกด้วยความไม่อยากเชื่อ
พี่น้องของเขาคนนี้ไม่น่าจะมีเงินมากขนาดนั้นนี่
เซี่ยหนิวซานเอ่ยมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกละอายใจเล็กน้อย
เขาแสดงออกว่าตนเองยากจนต่อคนภายนอกมาตลอด
อย่างไรก็ตามไม่ได้นับของเหล่านั้นเป็นทรัพย์สมบัติของครอบครัว และแอบเก็บเอาไว้เป็นความลับ
ตอนนั้นเขาบอกคนอื่นว่าเขาบริจาคทรัพย์สมบัติของครอบครัวเกือบทั้งหมดเพื่อให้ได้รับตำแหน่งขุนนางนี้ ส่วนที่เหลือถูกใช้เป็นเงินเพื่อซื้อบ้านและกิจการ
ในความเป็นจริงแล้วคนเราต้องเก็บสมบัติบางอย่างไว้บ้าง เมื่อลูกหลานมีความจำเป็นต้องใช้ในภายหลังจะได้ขายแลกเป็นเงินมาใช้ได้
แต่เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าหลูซื่อจะผลาญได้ขนาดนี้!
“มันเป็นสมบัติทั้งหมดที่ข้าแย่งชิงมาจากคนเถื่อน หากขายก็คงจะได้เงินมากเท่านั้นแหละ ที่ข้ามาวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้หลูซื่อได้ส่งของให้พวกเจ้าไม่น้อย ของพวกนั้นพวกเจ้าต้องคืนให้ข้า!” เซี่ยหนิวซานพูดจบก็หยิบรายการออกมา
“ชุดน้ำชาที่ประดับด้วยอัญมณีสีแดงและสีน้ำเงิน หนึ่งชุดมีหลายชิ้น ยังมีช้างทองคำและหยกคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นของเล่นชิ้นสิ่งเล็กๆ ไม่ใหญ่ นอกจากนี้…มงกุฎอัญมณี และ…”