ัยได้ แต่พอดูบนร่างกายเซี่ยเฉียว…
นางไม่มีที่ว่างเหลือแล้ว
“ก็แค่เงื่อนคู่รักอันหนึ่งเท่านั้น แม่นางซย่าเก็บไว้ให้ดีๆ ครั้งหน้าก็อย่าได้ทำหายอีกก็แล้วกัน แม้จะตกใจก็อย่าได้ใส่ร้ายผู้อื่น” ฮองเฮาเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเกียจคร้าน น้ำเสียงไร้ความสงสัยอันใด
ซย่าหย่าอวิ๋นยังคิดจะเอ่ยปากพูดอะไรออกไปอีก แต่ทันทีที่นางเงยหน้าขึ้นก็เข้าใจความหมายในคำพูดของฮองเฮา
นอกเสียจากว่านางหาหลักฐานที่มีน้ำหนักมาพิสูจน์ได้ว่าของสิ่งนี้เป็นของเซี่ยเฉียวจริงๆ มิฉะนั้นนางจะต้องรับมันไว้เอง
และหากนางรับมันไว้เอง ฮองเฮาก็จะไม่สอบถามอะไรให้ลึกลงไปอีก
เพียงแต่เรื่องที่ว่านางมีเจ้าของหัวใจอยู่แล้วก็จะสลัดทิ้งไม่ได้ แล้วยังเรื่องที่นางใส่ความเซี่ยเฉียวอีก หากลือออกไปก็คงไม่ดีแน่
แต่หากนางยังทู่ซี้พูดว่าของสิ่งนี้เป็นของเซี่ยเฉียวก็เกรงว่าฮองเฮาจะทรงกริ้วแล้ว
ซย่าหย่าอวิ๋นรู้สึกเสียใจมากที่นางไม่ได้มองให้ดีเสียก่อน ว่าเซี่ยเฉียวแต่งตัวมาอย่างไร!
แค่เห็นว่านางสวมเสื้อคลุมสีแดงสดซึ่งดูดีเหลือเกิน แต่กลับไม่ได้ใส่ใจว่าข้างในเป็นอย่างไร
ต้องโทษเซี่ยเฉียวด้วยที่ผอมเกินไป เสื้อคลุมนั้นจึงห่มคลุมนางอย่างแน่นหนา ไหนเลยจะเห็นได้ว่าที่เอวของนางแขวนห้อยอะไรไว้บ้างเล่า
ยิ่งไปกว่านั้น การแต่งกายของเซี่ยเฉียวก็แปลกจริงๆ จี้หยกผิงแต่ละอันนั้นเกี่ยวร้อยกันไปดูแปลกประหลาดที่สุด
ซย่าหย่าอวิ๋นกัดริมฝีปากแล้วก้มหน้า “หม่อมฉันสำนึกผิด…”
ฮ