อ่ย
“ได้ยินมาบ้าง” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยสั้นๆ
เซี่ยผิงกั่งลักษณะท่าทางดุดัน เขายังกลัวว่าเขาจะแสดงโทสะออกมากเกินไปจนผู้คนคิดว่าเขาไม่เคารพรัชทายาท เขาจึงพยายามสงบสติอารมณ์ก่อนจะเอ่ย “เป็นเรื่องไม่จริงทั้งนั้น น้องสาวของกระหม่อมใจดีและอ่อนโยนที่สุดแล้ว หน้าตาของนางก็งดงามมาก กระหม่อมกล้าพูดเลยว่า ในเมืองหลวงนี้ไม่มีผู้หญิงคนไหนหน้าตาดีเท่านางได้อีกแล้ว แน่นอนว่ารูปลักษณ์นี้เป็นที่สองและความสามารถพิเศษของนางก็ไม่เลวเช่นกัน”
เมื่อจ้าวเสวียนจิ่งได้ยินเช่นนั้น เขาก็แย้มยิ้มแล้วถามว่า “มีความสามารถพิเศษอะไรหรือ”
เซี่ยผิงกั่งเห็นว่ารัชทายาทให้ความสนใจจึงรีบถือโอกาสตีเหล็กตอนที่ยังร้อน “อืม…นางเก่งกว่ากระหม่อมและพี่น้องอีกคู่ในครอบครัวของเราอีก! นางเติบโตในวัดตั้งแต่เด็ก จิตใจจึงสงบนิ่งจนดูเหมือนเซียนบนสวรรค์กระนั้นเลยทีเดียว แม้จะเป็นเพียงประโยคธรรมดาแต่ใครได้ฟังก็จะรู้สึกสงบผ่อนคลาย สบายไปทั้งตัว”
มุมปากของจ้าวเสวียนจิ่งยกขึ้นเล็กน้อย และเก็บซ่อนอารมณ์ไว้ในใจ
เซี่ยผิงกั่งคนนี้ชมคนไม่เป็น ชมไปชมมากลับให้ความสนใจไปที่รูปลักษณ์หน้าตาเพียงเท่านั้น
“น้องสาวของเจ้าไม่เลวเลยจริงๆ” จ้าวเสวียนจิ่งยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนม้วนคดีในมือ
เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่ามีความหวังจึงรีบเอ่ย “ได้ข่าวมาว่าฝ่าบาทใกล้จะเลือกสนมแล้ว กระหม่อมขอหน้าด้านแนะนำน้องสาวของกระหม่อมให้เข้าร่วมการคัดเลือกได้หรือไม่ ห