ำตามที่ผิงกั่งบอก ขังเจ้าไว้ในบ้าน แล้วทำห้องพระขนาดเล็กเหมือนบ้านครอบครัวใหญ่ แล้วให้เจ้าอยู่ข้างในตลอดชีวิต ข้าคิดว่าแบบนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเลี้ยงสัตว์ เกรงว่าเจ้าก็คงรับไม่ได้ มิสู้ปล่อยเจ้าออกไปข้างนอกดีกว่า แม้ว่าชื่อเสียงอาจจะไม่ดี แต่ก็ได้เป็นอุปสรรคให้เจ้าใช้ชีวิตต่อไป” หลังจากที่พูดจบเซี่ยหนิวซานเองก็รู้สึกปวดหัว
กว่าเขาจะแต่งภรรยามาได้ก็ลำบากยากเย็น พริบตาเดียวก็จะไม่มีเสียแล้ว
แต่จะให้เขาอยู่โดยไม่มีคนข้างกายเลยก็คงไม่ได้ใช่ไหม
เขาไม่ใช่พระเสียหน่อย ครั้นกลางคืนเวลาเงียบสงัด เขาก็ต้องทำอะไรบางอย่างให้สบายตัวสบายใจบ้าง จริงไหม
เซี่ยหนิวซานขมวดคิ้ว
เดิมทีหลูซื่อคิดว่าเซี่ยหนิวซานล้อเล่นเพื่อข่มขู่นาง แต่ตอนนี้เมื่อเห็นท่าทางเขาเคร่งขรึมเช่นนี้ นางก็ตื่นตระหนกจริงๆ
“ท่านพี่! นังหนูนั่นรังแกข้า ข้าเป็นแม่เลี้ยงของนาง ทำไมแม้แต่จะเข้าไปในเรือนของนาง ข้าก็ทำไม่ได้ด้วยเล่า นางเล็งหน้าไม้มาทางข้า ข้าต่างหากที่เกือบจะต้องตายแล้ว” หลูซื่อคร่ำครวญทันที
“ข้าบอกเจ้าตั้งหลายครั้งแล้วว่าไม่อนุญาตให้เข้าไปในเรือนของนาง! ปกติผิงไหวกับซีเอ๋อร์ก็ยังไม่ไปที่นั่น แล้วเจ้าไปทำไม เจ้าคิดว่าข้าโง่เช่นนั้นหรือ” เซี่ยหนิวซานโกรธขึ้นมาแล้ว “ข้าจะให้คนเตรียมหนังสือหย่าไว้”
พอพูดจบเขาก็พ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะเดินออกไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง
ทิ้งให้หลูซื่ออยู่ในความมึนงง “เขาจะหย่ากับข้า?! เขาถึงกับจะหย่า