กับข้าเพราะนังเด็กน่ารังเกียจนั่น ข้าจะอยู่ต่อไปได้อย่างไรเล่า!”
น้ำตาของหลูซื่อไหลลงมาเป็นสายทันที
“ท่านแม่! อย่าร้องไห้เลย ตอนนี้ร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์!” เผยหว่านเย่ว์รีบคว้ามือของหลูซื่อ “ท่านไม่ต้องหย่าหรอก ท่านกลับมาเมืองหลวงก็ระยะหนึ่งแล้ว ในระหว่างนี้ในท้องท่านอาจจะมีลูกของท่านลุงเซี่ยอยู่แล้วก็ได้ ท่านพยายามอดทนให้ผ่านไปสักอีกกี่วัน แล้วคอยเกลี้ยกล่อมท่านลุงเซี่ย ไม่แน่เขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้!” เผยหว่านเย่ว์รีบเอ่ย
นอกจากทำเช่นนี้ นางเองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดีแล้ว
หากท่านแม่ของนางหย่าเสียแล้ว ต่อไปพวกนางสองแม่ลูกก็จะไม่มีที่พึ่งที่ไหนอีกต่อไปแล้ว
เผยหว่านเย่ว์รู้สึกมึนงงไปหมด
นางจะต้องพึ่งพาแต่ตระกูลเซี่ยเช่นนั้นหรือ คนตระกูลเซี่ยช่างไร้น้ำใจ!
“จริงสิ! ลูก…” หลูซื่อรีบกุมหน้าท้องของนางก่อนจะรู้สึกสิ้นหวังอีกครั้ง “ตอนที่ข้าอยู่กับตระกูลเผยก็ไม่อาจมีลูกได้อีก ตอนนี้อยู่กับตระกูลเซี่ย…ข้าจะมีลูกอีกได้อย่างไรเล่า!”
หลูซื่อร้องไห้คร่ำครวญจนเผยหว่านเย่ว์รู้สึกเหนื่อยหน่ายและรำคาญ
“ท่านแม่นั่นแหละที่ไม่ดี อยู่บ้านนี้มาตั้งนานขนาดนี้แล้วยังสำคัญสู้เซี่ยเฉียวไม่ได้อีก! มีบ้านไหนบ้างที่มีนายหญิงไร้ประโยชน์แบบท่าน!” เผยหว่านเย่ว์เอ่ยด้วยอารมณ์โกรธ
สีหน้าของนางก็ดูแห้งเหี่ยวหมดกำลังใจ
หลูซื่อมองนางด้วยความตกใจ “ข้าไร้ประโยชน์ หากไม่ใช่เพราะเจ้า ข้า ข้าก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก!”
ตอนท