ากสวรรค์ที่มอบของล้ำค่าให้กับเขาอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
“นี่คือของแทนใจหรือ” หลังจากนั้นไม่นานจ้าวเสวียนจิ่งก็โพล่งออกมาอย่างกะทันหัน
เซี่ยเฉียวตกตะลึงไปทันทีก่อนจะเงยหน้ามองเขา “???”
“เจ้าเคยมอบกระบี่ไม้ให้คนอื่นไปกี่เล่มแล้ว??” จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งก็เอ่ยถามขึ้นด้วยใบหน้าที่ขึงตึง
เซี่ยเฉียวไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
มันเป็นเพียงกระบี่ไม้เล็กๆ เท่านั้น เป็นไม้ท้อที่ปัดเป่าวิญญาณชั่วร้าย ใช้งานได้ดีมาก
เดิมทีจ้าวเสวียนจิ่งยังครุ่นคิดอยู่ว่าเขาจะกลับไปนำกระบี่ไม้ที่ศิษย์พี่เซียวเก็บเอาไว้มา แต่เมื่อเขาเห็นท่าทางของเซี่ยเฉียวแล้ว เกรงว่ากระบี่ไม้ที่นางมอบให้คนอื่นคงไม่ได้มีแต่เล่มที่มอบให้ศิษย์พี่เซียวเล่มนั้นเสียแล้ว
แม้เขาจะพยายามอย่างหนักก็เกรงว่าจะตามหาของแทนใจที่ ‘หล่นลงมาบนโลกมนุษย์’ นี้ได้ไม่ครบทุกเล่ม
“กระบี่ไม้นี้ข้าใช้ไม่ถนัดมือ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเสียงเบาอู้อี้และขยับเข้ามาใกล้นางอีก ทำให้คนฟังรู้สึกหูจั๊กจี้
เซี่ยเฉียวลูบหูของนาง “ตอนนี้ข้าไม่มีอย่างอื่น เมื่อวานใช้ไปหมดแล้ว ไม่สู้ท่านให้เวลาข้าสักสองสามวัน ข้าจะกลับไปวาดยันต์มาให้ดีหรือไม่”
แผ่นเดียวน่าจะไม่พอ บุญคุณน้ำใจขนาดนี้
“ไม้นี้ก็ไม่เลว เพียงแต่ฝีมือแกะสลักไม่มีอะไรใหม่ๆ ในเมื่อแม่นางเซี่ยอยากจะมอบของตกแต่งให้ข้าสักชิ้น เช่นนั้นก็แกะสลักอะไรที่พิเศษขึ้นมาหน่อยเถอะ” จ้าวเสวียนจิ่งบ่นพึมพำ จากนั้นก็เอ่ย “อย่างเช่