งนางขนาดนี้หรอกกระมัง ท่านไม่ใช่ตาเฒ่าโม่หลิงจือที่ไม่รู้ความนั้นเสียหน่อย!
แต่เมื่อมองดูสีหน้าจริงจังของรัชทายาท นางก็ไม่คิดว่าเขากำลังโกหก
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว นางกำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียในใจ
รัชทายาทก็ไม่เลวหรอก นางชอบเขาอยู่แล้ว เขาหน้าตาดี และยังเป็นศิษย์น้องของนางอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อาจดิ้นหลุดไปจากฝ่ามือนางได้หรอก
แต่คนคนนี้เป็นรัชทายาท ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งนี้ไปได้อีกนานเท่าไร หากเขาลากคนตระกูลเซี่ยให้เดือดร้อนไปด้วยก็คงไม่คุ้มกัน
นอกจากนี้เดิมทีนางก็เป็นพวกอายุสั้นอยู่แล้ว และข้างกายเขาก็มีวิญญาณนับไม่ถ้วน หากนางต้องอยู่กับเขาก็เกรงว่าในอนาคตทุกวันก่อนที่นางจะหลับลงก็คงจะต้องคอยกังวลว่าจะพรุ่งอาจจะไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์อีก
หากต้องแต่งงานจริงๆ…
เช่นนั้นแล้ว…โม่ชูเซิงก็ออกพเนจรเถอะ…
เมื่อเซี่ยเฉียวคิดได้เช่นนี้ก็ไม่มีแรงกดดันอะไรในใจอีก นางหันไปแย้มยิ้มให้รัชทายาท “ยินดีกับฝ่าบาทด้วย”
จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้วน้อยๆ หรือว่าจำคนผิด? เป็นไปไม่ได้หรอก
“จริงสิ เรื่องของฝ่าบาทข้าตกลงแล้ว แต่ข้าก็มีอีกเรื่องที่อยากให้ฝ่าบาทช่วยด้วยเช่นกัน” เมื่อพูดจบเซี่ยเฉียวก็เอ่ยต่อ “ด้วยสถานะของฝ่าบาทน่าจะหาคนคนหนึ่งในวังได้ไม่ยากใช่หรือไม่”
ก่อนหน้านี้นางจับวิญญาณหญิงสาวที่สวมชุดในวังไว้ตนหนึ่ง!
วิญญาณหญิงตนนั้นเอาแต่ร่ำร้องว่าจะกลับบ้าน แต่นางกลับไม่รู้แม้แต่ชื่อเสียงเรี