มีค่าตอบแทนให้”
เซี่ยเฉียวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“ด้วยสถานะของข้านี้คงไม่เหมาะที่จะไปวังตะวันออกหรอกกระมัง” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“เสด็จพ่อวางแผนที่จะให้ข้าแต่งงาน หลังจากที่ข้ากลับไปวังตะวันออกแล้วจะขอให้พระองค์จัดงานเลี้ยงขึ้นที่นั้น จากนั้นแต่ละตระกูลก็จะส่งลูกสาวที่มีอายุเหมาะสมเข้าร่วมงานเลี้ยง เจ้าก็ไปร่วมงานได้อย่างเปิดเผยสง่างามเช่นนี้ได้หรือไม่” เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและคอยดูการตอบสนองของเซี่ยเฉียว
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “ก็ไม่เลว”
แต่มีเรื่องที่น่าเสียดายเล็กน้อย
จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ บนใบหน้าของเซี่ยเฉียว เขาเอ่ยขึ้นถึงเรื่องอย่างว่าอย่างเรียบง่าย “ข้าซึ่งเป็นคนพิการคนหนึ่งไม่เคยคิดว่าจะแต่งงาน ดังนั้นอย่าว่าแต่อนุเลย ในจวนข้าแม้แต่สาวใช้ต้นห้องก็ยังไม่มีสักคน ผู้ที่อยู่ในเงามืดนี้ทำภูเขาจำลองนี้มาก็เสียแรงเปล่า”
เซี่ยเฉียวมองเขาด้วยความประหลาดใจ “แม้แต่สาวใช้ต้นห้องก็ไม่มี?”
สีหน้าของจ้าวเสวียนจิ่งดูมีพลังขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขากลับเอ่ยขึ้นอย่างสงบนิ่ง “ข้ามีอาจารย์อยู่ท่านหนึ่ง ก่อนที่ท่านจะออกเดินทางพเนจรไปได้บอกว่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าตอนที่เมามายอยู่ว่า ให้ข้าดูแลศิษย์รักของเขาคนหนึ่งซึ่งก็คือศิษย์พี่ของข้าให้ด้วย หลังจากที่ข้าคิดพิจารณาดูแล้วก็ตอบตกลง”
“…” ไม่ มันไม่เป็นความจริง
เซี่ยเฉียวตะลึงงัน
ท่านอาจารย์ของนางคงไม่ขุดหลุมฝั