ักศึกษาก็จะต้องปวดหัวเป็นแน่
“ศิษย์พี่กลายเป็นแม่บ้านผู้ดูแลไปตั้งแต่เมื่อไร” จ้าวเสวียนจิ่งหยอกล้อ
อาจารย์เซียวยังคงใส่ใจศิษย์อยู่มาก เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงเอ่ย “เป็นศิษย์จากเรือนไหนหรือ”
“เป็นแม่นางเซี่ยเฉียว พี่สาวของเซี่ยผิงไหวที่วันทั้งวันตามตอแยให้ท่านรับเป็นศิษย์ ข้าได้ยินมาว่าแม่นางเซี่ยมีสุขภาพไม่ดี แต่เมื่อสักครู่ไม่รู้ทำไมนางจึงควบม้าอย่างบ้าคลั่ง ข้ากลัวว่าจะเกิดเรื่อง จึง…”
จ้าวเสวียนจิ่งลุกขึ้นและออกไปก่อนที่ผู้ดูแลจะพูดจบเสียอีก
เมื่อเดินไปถึงประตูก็เห็นว่าเซียวอวี้หรงไม่ได้ตามมาด้วย เขาจึงขมวดคิ้ว “พี่ชายของเซี่ยเฉียวก็คือเซี่ยผิงกั่งใช่หรือไม่ เขาทำงานอยู่ที่ศาลตัดสินคดีได้ไม่เลวเลย หากเกิดเรื่องขึ้นกับน้องสาวของเขา พี่ชายอย่างเขาคงไม่มีกะจิตกะใจจะสืบสวนคดี ศิษย์พี่ยังไม่รีบไปดูกับข้าอีกหรือ”
“…” อาจารย์เซียวงุนงง
ตระกูลเซี่ย?
ศิษย์พี่คุ้นเคยกันดีกับคนตระกูลเซี่ยนี่
เขาจึงรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตอนที่ทั้งสองคนมาถึงสนามม้าก็เห็นว่าเซี่ยเฉียวกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น
ก่อนที่ผู้ดูแลจากเดินออกไป ได้ทิ้งคนไว้คอยดูแลเนื่องจากกลัวว่าเซี่ยเฉียวจะเป็นอะไรไป แต่ตอนนี้คนคนนั้นได้กลายเป็นม้าใช้ให้กับ ‘เซี่ยเฉียว’ ไปเสียแล้ว
“แม่นางเซี่ย เหล้ามาแล้ว” คนผู้นั้นเอ่ย
‘เซี่ยเฉียว’ ถอนหายใจ “ในเรือนเล็กที่ข้าไปเล่นเมื่อสักครู่มีของกินอร่อยๆ มากมาย แต่ข้าไม่อาจเสียเวลาได้ ข้าดื่มไป