เดินไปดีกว่า พอถึงที่นั่นก็ยังพอมีเวลากินได้อีกหน่อย”
หลังจากนั้นนางก็เปิดขวดเหล้าขนาดเล็กดื่มลงไปสองอึก “เอื๊อกๆ” แล้วลุกขึ้นอย่างมึนงง ก่อนจะเดินกลับไปด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“…” หนังตาของเซียวอวี้หรงกระตุกทันที “นี่มันอะไรกันเนี่ย!”
ไม่ใช่ว่าจะดื่มเหล้าไม่ได้ แต่เซี่ยเฉียวเป็นผู้หญิง นางทำตัวแบบนี้ดูเลอะเทอะเหลวไหลไปหน่อยจริงๆ!
เขาเพิ่งจะสะบัดแขนเสื้อ เซี่ยเฉียวก็ลูบแขนเสื้อของนาง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและจิบอีกสองสามอึก จนเห็นเหล้าที่ใสแจ๋วนั้นหกไหลผ่านคางของนางไปจนถึงคอ และเปื้อนเสื้อผ้าไปไม่น้อย
หลังจากที่นางเดินไปได้สองก้าวก็เห็นเซียวอวี้หรงและจ้าวเสวียนจิ่ง
“หึ” แค่นเสียงเย็นออกมาหนึ่งที “เหล้าดี เหล้าดี!”
“…” เซียวอวี้หรง
“…” จ้าวเสวียนจิ่ง
“ท่านดูสิ ไม่รู้ว่าแม่นางเซี่ยคนนี้ไปโดนอะไรมา…” ผู้ดูแลเอ่ยอย่างจนใจ “ข้าได้ยินมาว่านางร่างกายของนางแย่มาก เมื่อครู่ก็เพิ่งขี่ม้า ตอนนี้นางยังดื่มเหล้าเย็นๆ นี้เข้าไปอีก ก็ไม่รู้ว่าร่างกายของนาง…”
จ้าวเสวียนจิ่งขมวดคิ้ว “นางเช่าเรือนไว้หลังหนึ่งหรือ”
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ค่าเช่าเรือนหลังนั้นหนึ่งวันต้องใช้ถั่วเงินหนึ่งร้อยเมล็ด…” ผู้ดูแลต่างก็รู้สึกว่าแม่นางเซี่ยผู้นี้เสียสติไปแล้ว “นางยังต้องการอาหารจำนวนมาก และบอกว่าให้นำอาหารใหม่ๆ เข้าไปให้นางทุกๆ หนึ่งชั่วยามด้วยพ่ะย่ะค่ะ”