ย ข้าเชื่อว่าคงจะมีคนไม่น้อยยินดีที่จะมองเจ้าแล้วมองเจ้าอีก”
ซย่าหย่าอวิ๋นรีบเอามือกุมเสื้อผ้าของตนเองไว้อย่างรวดเร็ว “ทำไมเจ้าถึงชั่วร้ายเพียงนี้”
เซี่ยเฉียวหัวเราะขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้นก่อนจะพ่นลมหายใจ และเก็บกระบี่ไม้เล็กๆ ของนาง แล้วเดินไปหยุดต่อหน้านาง “แม่นางซย่าอาจมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความชั่วร้ายอยู่บ้าง แต่ในเมื่อเจ้าพูดอย่างนั้นแล้ว หากข้าไม่ชั่วร้ายสักหน่อย กลัวว่าข้าจะทำผิดต่อเจ้าน่ะสิ”
หลังจากพูดจบ เซี่ยเฉียวก็ยกเตาถ่านเงินที่อยู่ข้างๆ และทุบลงบนใบหน้าของซย่าหย่าอวิ๋นทันที
ถ่านไม้สีดำและอุณหภูมิที่ยังกรุ่นอยู่สร้างความรู้สึกให้กับผิวหนังได้ลึกที่สุด
ซย่าหย่าอวิ๋นนึกไม่ถึงว่าเซี่ยเฉียวที่ดูบอบบางอ่อนแอจะทำได้จริงๆ หลังจากที่นางรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดบนใบหน้านางก็ร้องตะโกนออกมาทันที “อ๊า! พวกเจ้ามัวยืนนิ่งอยู่ทำไมเล่า ไปฉีกปากนางให้ข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ”
หลังจากนั้นสาวใช้ของนางก็เลยก้าวเข้าไป
เซี่ยเฉียวยิ้มเย็นก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่นช้าๆ “พี่ชายใหญ่ของข้าคือเซี่ยผิงกั่ง หากวันนี้ผมข้าน้อยลงไปหนึ่งเส้น พรุ่งนี้…แม่นางซย่าลองคิดดูว่าบนเนื้อตัวเจ้ามีเนื้อดีๆ เท่าไรให้ท่านพ่อและท่านพี่ของข้าแก้แค้น”
นางมีพี่ชายใหญ่ไว้เพื่ออะไรเล่า
ไม่ใช่เพื่อประดับบารมีหรอกหรือ
สีหน้าของสาวใช้เปลี่ยนไป นางหันกลับไปมองคุณหนูของตนเองทันที
ริมฝีปากของซย่าหย่าอวิ๋นสั่นเล็กน้อยดูน่าสง