สารมาก
เซี่ยเฉียวยกมือขึ้นลูบใบหน้าของนางให้เละเทะมากยิ่งขึ้น รอยเปื้อนสีดำยิ่งมีความสม่ำเสมอมากขึ้น “ใช้กำลังบีบคั้นและการข่มขู่ให้กลัว แบบนี้ค่อนเหมือนคนชั่วร้ายขึ้นมาหน่อย วันนี้ข้าทำได้ไม่เลวเลย แม่นางซย่าคงเข้าใจแล้วสินะ”
หลังจากที่เซี่ยเฉียวพูดจบก็มีวิญญาณตนหนึ่งลอยขึ้นมาและมองตรงมายังนาง
กลิ่นน้ำยันต์เมื่อครู่นี้คงดึงดูดความสนใจจากวิญญาณมากมายแน่แล้ว
เวลานี้เซี่ยเฉียวยกเซี่ยผิงกั่งขึ้นมาอ้าง ซย่าหย่าอวิ๋นจึงโกรธจนเหมือนคางคกพองลมทันที “เซี่ยเฉียว เจ้าทำเกินไปเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวบ้างหรือว่าข้าจะให้ท่านพ่อของข้าถวายฎีกาฟ้องว่าพ่อของเจ้าไม่สั่งสอนเจ้ให้ดี?! พ่อเจ้าก็เป็นแค่โจรคนหนึ่ง จะมีใครเข้าข้างเขา!”
“ให้เขาฟ้องเลย หากไม่ฟ้อง พ่อเจ้าก็แค่ลูกเต่าเท่านั้น” เซี่ยเฉียวหัวเราะร่า
พ่อของนางเป็นโจรคนหนึ่งกลับกลายมาเป็นขุนนางได้ คิดว่าเขาอาศัยแค่ความดีความชอบทางทหารแค่นั้นหรือ
ย่อมมิใช่อย่างแน่นอน
ราชครูซึ่งเป็นที่โปรดปรานไว้ใจของฮ่องเต้เป็นคนที่อยู่กับพ่อของนางในค่ายโจรมาชั่วระยะหนึ่ง หากถึงเวลาที่แม้แต่ราชครูก็ยังคุ้มครองพ่อของนางไม่ได้ นางก็ยังมีท่านอาจารย์ และศิษย์น้องไม่เอาไหนทั้งห้าคนนั้นอีก!
อย่างมากนางก็แค่ต้องเปิดเผยตัวตน จะปกป้องพ่อของนางไม่ได้เชียวหรือ
ท่าทางเย่อหยิ่งของเซี่ยเฉียวทำให้พวกฟังมู่เสวี่ยทั้งสามคนตกใจ
พวกนางเคยเห็นเซี่ยเฉียว…หงุดหงิดแบบนี้เมื่อไรกันเล่า!
ไม่ว่