จะได้ไหม”
เด็กผู้หญิงอีกสองคนต่างก็พากันพยักหน้า
“ข้าก็แค่พูดความจริงเท่านั้นนี่” ซย่าหย่าอวิ๋นหน้ามุ่ย
“ข้าจะไปสำนักศึกษา แต่เกี้ยวหามมาพังเสียก่อนก็เลยเข้ามานั่งที่นี่” เซี่ยเฉียวยิ้มก่อนจะเอ่ย “แม่นางซย่า ข้าสวมใส่ผ้าลินินเนื้อหยาบก็จริง แต่เมื่อเทียบกับแม่นางซย่าที่สวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงามทั้งตัวของเจ้าแล้วยังดูดีกว่ามาก หากเจ้าไม่ยอมรับก็ไม่มีประโยชน์ เพราะความงามตามธรรมชาตินั้นหาที่เปรียบมิได้”
หลังจากนั้นเซี่ยเฉียวก็เอ่ย “ข้าต้องการความสงบ คงไม่นั่งด้วยกันกับพวกเจ้าแล้ว”
หลังจากพูดจบนางก็ยิ้มให้ทุกคนแล้วเดินตรงไปทันที
“อารมณ์อะไรเนี่ย!” ซย่าหย่าอวิ๋นกลอกตา
สีหน้าของฟังมู่เสวี่ยขึงตึงเล็กน้อย “ทุกครั้งที่พวกเราพูดคุยกับเซี่ยเฉียว เจ้าต้องพูดอะไรที่ไม่เข้าหูอยู่เสมอ หย่าอวิ๋นหากเจ้ายังเป็นแบบนี้อีก ข้าก็ไม่กล้าชวนเจ้าออกมาดื่มชาด้วยกันแล้ว”
ซย่าหย่าอวิ๋นหน้าตึง “พี่มู่เสวี่ย ข้าก็กำลังช่วยเจ้าอยู่มิใช่หรือ หากเจ้าเชิญนางมาด้วยจริงๆ นางจะแยกแยะความแตกต่างระหว่างชานี่ได้หรือ พอถึงตอนนั้นทุกคนก็จะต้องอึดอัดใจ เจ้าไม่เคยได้ยินคำที่ว่าไก่ได้พลอยกิ้งก่าได้ทองหรือ”