างเล่า ทั้งหมดพุ่งตรงมายังศิลาจักรพรรดิมนุษย์ หลวงจีนเฒ่ากับหลวงจีนหนุ่มก็อยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้นด้วย หลวงจีนหนุ่มติดตามอยู่ข้างกายผู้เป็นอาจารย์ เขาถามเสียงร้อนรน “อาจารย์ ไหนว่าจะรออีกเดี๋ยวอย่างไรเล่า”หลวงจีนเฒ่าตอบว่า “ลงมือตอนนี้ก็ไม่ใช่คนแรกแล้วนี่!”
ผู้ฝึกยุทธ์ที่บุกเข้ามาในวังหลวงมีจำนวนมากขึ้นทุกที ทว่าองครักษ์ทั้งหลายกลับนิ่งไม่ขยับ พวกเขายังยืนประจำตำแหน่งเดิมของตนเอง หลวงจีนหนุ่มเหลียวศีรษะหันกลับไปมอง ‘ไม่มีคนขัดขวางสักนิดเลยหรือ’ หัวใจเขาเต้นกระหน่ำ รู้สึกถึงสังหรณ์ร้าย “อาจารย์ นี่มันผิดปกติ!”
หลวงจีนหนุ่มตะโกนบอกอาจารย์ที่อยู่ด้านหน้า แต่หลวงจีนเฒ่ากลับรำคาญ ตวาดกลับมาว่า “นี่มันเวลาใดแล้ว หากเจ้ากลัวก็ไสหัวไปเสีย!”
หลวงจีนหนุ่มได้ยินดังนั้นก็กัดฟันหันหลังกลับทันที ทอดสายตามองไป ณ ที่นั้น ผู้ฝึกยุทธ์หลายร้อยคนกำลังมุ่งหน้าไปยังศิลาจักรพรรดิมนุษย์ มีเขาเพียงคนเดียวที่วิ่งสวนไปด้านนอกวังหลวง ผู้ฝึกยุทธ์เหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมือ พวกเขากระโดดไปบนหลังคา เข้าใกล้ศิลาจักรพรรดิมนุษย์อย่างรวดเร็ว
“พวกเจ้าคอยดึงคนอื่นไว้ ข้าจะดูดซับพลังแห่งโชคชะตา!” ผู้ฝึกยุทธ์อาภรณ์สีเขียวคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง คลื่นพลังปราณของเขาแข็งแกร่งยิ่งนัก เขาเหยียบย่างอากาศเหินเข้ามา
กลุ่มขุนนางที่อยู่รายรอบศิลาจักรพรรดิมนุษย์ส่งเสียงอื้ออึง ฝั่งพระสนมและองค์หญิงทั้งหลายก็ตกใจกลัวมากยิ่งกว่า พวกนางสีหน้า