ม่ได้กระตือรือร้นอะไรนัก “ช่วงนี้ไม่มีอะไรพิเศษ…”
“ช่วงนี้เด็กคนนี้ยุ่งอยู่กับการกราบอาจารย์น่ะ อาจารย์คนนั้นยังไม่ยอมรับเขา ช่วงนี้ดื้อมากจนน่าทุบตี” เมื่อพูดถึงสำนักศึกษาขึ้นมา เซี่ยหนิวซานก็นึกไปถึงหยกชิ้นนั้น
น่าเสียดาย
แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่านังหนูเผยทำไม่ถูก แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็ยังนับว่าผ่อนปรนกับผู้หญิง
เขาแค่คิดว่าลูกชายของเขาไม่ได้ความ ที่ไม่สามารถรักษาหยกชิ้นนั้นไม่ได้ หากไม่ใช่ว่าปกติเขาทำตัวเสเพลไปวันๆ จะมีคนเข้าออกห้องของเขาอย่างง่ายดายได้อย่างไร
เซี่ยผิงไหวเหนื่อยหน่ายใจอย่างยิ่ง
เหตุใดท่านย่าจะต้องพูดถึงสำนักศึกษาทุกครั้งด้วยเล่า! เขาดูเหมือนคนมีอนาคตตรงไหน
“โอ้ว กราบอาจารย์หรือ” หญิงชราทำทีเป็นประหลาดใจ “ผิงไหวของเราเป็นเช่นนี้ อาจารย์ท่านนั้นจะต้องอยากได้เจ้าเป็นศิษย์แน่ๆ ผิงไหว หากเจ้ามีหน้ามีตาแล้วก็อย่าลืมพวกพี่ๆ ของเจ้าล่ะ พวกเขาโชคชะตาไม่ดี ไม่มีบุญจะได้เรียนที่สำนักศึกษาที่ดีขนาดนั้น แต่เจ้ามีความสามารถ ต่อไปจะต้องดูแลพวกพี่ๆ ของเจ้าด้วยนะ พอเจ้าเรียนสำเร็จแล้ว พวกพี่ๆ ของเจ้าก็น่าจะแต่งงานมีกิจการกันหมดแล้ว ต่อไปเรื่องสั่งสอนหลานๆ คงต้องมอบให้เป็นหน้าที่เจ้าแล้ว”
“…” เซี่ยผิงไหวหนังตากระตุกไม่หยุด
เขายังสอนตัวเองให้ดีไม่ได้เลย แล้วยังต้องสอนหลานชายอีกหรือ!
อีกอย่างนอกจากพี่ชายคนโตของเขาแล้ว เขายังมีลูกพี่ลูกน้องอีกตั้งหลายคน แต่ละครอบครัวก็น่าจะมีลูกชายอย่างน้อยส