ด้ด้วยหรือ” เซี่ยผิงไหวยิ้มอย่างกับคนโง่
“ก็พอได้” เซี่ยเฉียวยิ้มบางๆ ถ่อมตนอย่างยิ่ง
แต่ในสมองของนางกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย นางคิดว่าต่อไปเซี่ยผิงไหวยังต้องได้รับการสั่งสอนให้ดีกว่านี้ เพราะเล่ห์เหลี่ยมยังน้อยเกินไป
เซี่ยผิงไหวอาจไม่ได้มีความสัมพันธ์พี่น้องกับนางมากขนาดนั้นถึงได้เชื่อฟังนางขนาดนี้ แต่นั่นเป็นเพราะตอนนี้นางดู…อ่อนแอน่าสงสาร ซึ่งไปกระตุ้นความปรารถนาที่จะปกป้องของเขาเท่านั้น
เขาถูกชักจูงได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ ต่อไปจะต้องผ่านด่านสาวงามไปได้ยากเป็นแน่
เซี่ยเฉียวบ่นพึมพำในใจ เซี่ยผิงไหวยังคงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ดูเหมือนเขาตั้งตารอขนมที่นางจะทำให้กินอย่างยิ่ง
“เฉียวเอ๋อร์มาเหมืองหลวงตั้งนานขนาดนี้แล้ว ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าจะทำขนมได้…” หลูซื่อรู้ว่านางเพิ่งพ่ายแพ้ นางกลับเข้าสู่สนามรบทันที
“เรื่องที่ท่านแม่ไม่รู้ยังมีอีกมาก” เซี่ยเฉียวหัวเราะ
“ขนมสำหรับไหว้บรรพบุรุษยังไม่ได้เตรียมไว้ ในเมื่อเฉียวเอ๋อร์มีความสามารถเช่นนี้ อีกประเดี๋ยวไม่สู้ให้เฉียวเอ๋อร์ทำขนมนี้เสียเลยเล่า” สะใภ้จย่าเอ่ยเสริม