มากกว่า
และนางก็น่าสงสารอยู่แล้วด้วย?
พวกนางสองพี่น้องกำลังถูกคนอื่นรังแกจะแย่อยู่แล้ว
“พวกเจ้าคิดจะแย่งของของน้องข้า?” เซี่ยผิงกั่งสีหน้าทะมึน จากนั้นสายตาของเขาก็กวาดไปมองที่ข้อมือของเซี่ยจู แล้วลงมือทันที “ข้าตัดมือคู่นี้ของเจ้าทิ้งเสียเลยดีไหม”
“…” เซี่ยจูได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนตัวสั่นเทา นางตัวสั่นงันงกไม่พูดไม่จาราวกับจะเป็นลมไปกระนั้น
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกผิงกั่ง นี่ก็แค่พี่น้องทะเลาะเบาะแว้งกันเล็กน้อยเท่านั้น…อีกอย่างจูเอ๋อร์กับชุนเอ๋อร์ก็ไม่ได้แย่งมาเสียหน่อย เมื่อก่อนก็เป็นเช่นนี้ พวกผู้หญิงชอบแลกเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องประดับอะไรกันอยู่แล้ว…เซี่ยเฉียวเพิ่งมาครั้งแรก นางก็เลยไม่รู้ จึงได้เข้าใจผิด…” สะใภ้ซินรีบเอ่ย
หลูซื่อเองก็มึนงงกับคำพูดของเซี่ยเฉียวไปครู่หนึ่ง นางรีบเอ่ย “ด้วยความสัตย์จริง ข้าปฏิบัติต่อเซี่ยซีอย่างไรพวกเจ้าก็รู้นี่ ข้าจะบีบบังคับให้พวกนางถอดเสื้อผ้าเครื่องประดับได้อย่างไร ข้า ข้าไม่มีหน้าจะพบผู้คนได้แล้ว”
พูดพลางหลูซื่อก็ปิดหน้าและเริ่มร้องไห้ด้วยความน้อยใจ
เซี่ยหนิวซานขมวดคิ้ว “เจ้าจะร้องไห้ทำไม คนที่ถูกแย่งของไปยังไม่ร้องไห้เลยนะ!”
หลูซื่อตกใจตัวสั่น มองเขาด้วยความน้อยใจ
เซี่ยหนิวซานรู้สึกไม่พอใจจริงๆ
เขาแสดงความกตัญญูต่อมารดาเป็นสิ่งที่เขาเต็มใจทำด้วยตัวเอง เขาคิดจะให้อะไรก็ล้วนเป็นสิ่งที่เขายินยอมแล้ว แต่จะปล่อยให้คนมาแย่งของไปเฉยๆ เช่นนี้ได้อย่างไร
เ