วียนจิ่งยกยิ้มมุมปาก เขาแสร้งทำเป็นปัดแขนเสื้อโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่สายตากลับแฝงรอยยิ้มน้อยๆ “ตอนที่ศิษย์พี่มาครั้งที่แล้วท่านน่าจะซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับไปด้วยสินะ ทำไมข้าไม่เห็นท่านใช้มันเลยเล่า”
อาจารย์เซียวมีโทสะแล้ว
ทำไมรัชทายาทชอบทำลายแผนของเขานัก
“ของของศิษย์พี่ล้ำค่าหาใดเปรียบ ข้างนอกมีแต่ฝุ่นควันทั้งนั้น หากมันสกปรกไปจะทำอย่างไรเล่า” เซียวอวี้หรงรีบเอ่ย
หนังตาเซี่ยเฉียวกระตุกทันที นางยกมือขึ้นลูบแก้มตนเอง
คร่ำครึเสียจริง
“ท่านเคยใช้มันที่สำนักศึกษาบ้างหรือไม่ ท่านลองเล่าให้ฟังหน่อยว่าของของศิษย์พี่ใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง หากมีตรงไหนบอกพร่อง ศิษย์พี่จะได้แก้ไขให้ด้วย” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับพูดเรื่องอะไรไปเรื่อยเปื่อย
หนังตาของเซียวอวี้หรงกระตุกทันที เขาหันไปขึงตาใส่จ้าวเสวียนจิ่งทีสองทีโดยไม่ได้สนใจถึงสถานะ
เจ้ารัชทายาทบ้านี่ไม่สงสารเขาที่อายุเข้าเลขสามแล้วแต่ยังไม่มีครอบครัวบ้างหรือ
เซียวอวี้หรงพูดโกหกไม่เก่ง ตอนนี้เขาจึงละอายใจจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว
เขาควรจะโกหกต่อไปโดยบอกว่าของของศิษย์พี่ใช้ดีหรือไม่
ช่างเป็นการดูถูกตัวเขาเองเกินไปจริงๆ!
จู่ๆ เซียวอวี้หรงก็ประสานมือโค้งคำนับทันที “ศิษย์พี่อย่าได้โกรธไปเลย ของนั่นข้ายังไม่ได้ใช้ แต่กลับไปข้าจะนำมันมาลองใช้ทันที”
หลังจากที่เซี่ยวอวี้หรงพูดจบ เขาก็จากไปด้วยความละอายใจทันที
จ้าวเสวียนจิ่งเลิกคิ้วแล้วแสร้งทำเป็