นงงงวย “ศิษย์พี่มักจริงจังเช่นนี้เสมอ”
“ศิษย์น้องของข้าช่างน่ารักเสียจริง” เซี่ยเฉียวหัวเราะอย่างมีความสุข เมื่อเห็นว่าอาหารมาส่งแล้วก็เอ่ยขึ้นอย่างมีเมตตา “หากศิษย์น้องไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปเถอะ เจ้าเป็นรัชทายาท ข้าได้ยินมาว่ารัชทายาทยุ่งมาก เจ้าไปทำงานของเจ้าเถอะ ไม่ต้องอยู่ดูแลข้าแล้ว”
หากเป็นเซี่ยเฉียว นางคงไม่กล้าผลักไสเขา
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน
นางเป็นศิษย์พี่ใหญ่
เซี่ยเฉียวดูเหมือนใจกว้างและอ่อนโยน ทั้งร่างเต็มไปด้วยรัศมีของผู้อาวุโส เมื่อประกอบกับเสื้อคลุมนักพรตนี้แล้ว นางยิ่งดูเป็นผู้วิเศษมากขึ้นไปอีก วาจาไม่รีบเร่ง ฟังไพเราะเหมือนธารน้ำใส ใครมองก็จะรู้สึกว่านางเป็นเซียนที่มีความเข้าใจในทางเต๋าอย่างลึกซึ้ง
แต่ตอนนี้จ้าวเสวียนจิ่งกลับอดไม่ได้ที่จะจ้องมองผิวหนังที่หลุดลอกบนใบหน้าของนางแผ่นนั้น
ช่างแสดงเก่งเหลือเกิน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ นางก็ส่งจนหมายมาบ้างเป็นครั้งคราว ถ้อยความในจดหมายก็ดูไม่ออกว่ามีอะไรผิดปกติ
“ศิษย์พี่โม่ ข้าสงสัยเรื่องหนึ่งมาตลอด” จิตใตที่สงบนิ่งของจ้าวเสวียนจิ่งเริ่มพังทลายแล้ว “ของขวัญพบหน้าที่ท่านให้ตอนนั้นหมายความว่าอย่างไรหรือ”
“ของขวัญพบหน้า?” เซี่ยเฉียวมึนงงไปชั่วครู่
นางส่งของขวัญพบหน้าหรือ
เป็นของอะไรหรือ ดูเหมือนว่านางจะชอบกระดิ่งทองอยู่ช่วงหนึ่ง…
“อือ…กระดิ่งทองเขย่าแล้วเสียงไพเราะน่าฟัง ทั้งยังตั้งบูชาหน้ารูปปั้นเทพอยู่เป็นเวลานาน แม้จะไม่ได