คงไม่ได้เข้าสำนักตั้งแต่สามปีห้าปีหรอกนะ?
นี่ต่างหากที่น่าเหลือเชื่ออยู่บ้าง
จ้าวเสวียนจิ่งไม่ค่อยแน่ใจนัก จึงไม่อยากที่จะเอ่ยถาม อาจารย์ของเขาเป็นคนเอาแต่ใจ เขารักใคร่เอ็นดูโม่ชูเซิงคนนี้คนเดียวมากที่สุดแล้ว
ตั้งแต่ที่เข้าสำนักมา เขาก็ได้ยินอาจารย์อยู่เสมอๆ ว่าต้องให้ความเคารพศิษย์พี่คนนี้ จะล่วงเกินนางไม่ได้
ท่านอาจารย์มีบุญคุณที่สั่งสอนเขา ส่วนคนอื่นๆ นั้นเขาสามารถมองข้ามได้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังต้องเชื่อฟังคำสั่งของอาจารย์บ้าง
สีหน้าจ้าวเสวียนจิ่งซับซ้อนมาก
ดูเหมือนว่าเซี่ยเฉียวจะมองไม่เห็น จากนั้นนางก็สั่งเขา “ศิษย์น้องรอง ข้าหิวแล้ว เจ้าช่วยให้คนของเจ้าไปซื้อของกินฝั่งตรงข้ามมาหน่อยสิ”
พอทำงานเสร็จ นางก็หมดแรง ย่อมต้องบำรุงหน่อย
จ้าวเสวียนจิ่งสั่งให้องครักษ์โจวออกไปจัดการ
เซี่ยเฉียวพยักหน้า แล้วมองจ้าวเสวียนจิ่งด้วยความเมตตา “พริบตาเดียว เจ้าก็โตขนาดนี้แล้ว ตอนที่เจ้าเข้าสำนักยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย”
เซี่ยเฉียวเองก็จำไม่ได้แน่ชัดเท่าไรนัก แต่ถึงอย่างไรตอนที่ท่านอาจารย์ส่งจดหมายมาเล่าว่าเขารับศิษย์เพิ่มก็น่าจะเป็นช่วงแปดเก้าปีที่แล้ว
ตอนนั้นอาจารย์ยังเขียนจดหมายส่งมาติดต่อกันหลายฉบับเพื่ออธิบายกับนางว่า ถึงแม้เขาจะรับศิษย์ใหม่ก็ยังไม่ลืมนางซึ่งเป็นศิษย์เก่าของเขาแน่!
ราวกับกลัวว่านางจะเสียตำแหน่งศิษย์รักกระนั้น