นลุงเซี่ยยังไม่พอใจเจ้าอีกหรือ เขาดีกับเจ้าไม่น้อย มีดสั้นที่มอบให้เจ้านั้นมีค่ากว่าพันตำลึงเลยนะ แล้วที่เขาให้เซี่ยเฉียวเล่า เขาไล่เจ้าออกมาครั้งนี้ก็ไม่ใช่เพราะเจ้าทำผิดหรอกหรือ” หลูซื่อจ้องลูกสาวตาเขม็ง “ท่านลุงเซี่ยของเจ้าเป็นคนกตัญญู ต่อไปเจ้าก็อยู่ให้มันสงบเสงี่ยมหน่อย ข้าจะพาเจ้าไปพบท่านย่า หากเวลานั้นท่านย่าออกปากพูด เขาจะต้องช่วยหาคนดีๆ ให้เจ้าแน่”
เผยหว่านเย่ว์พยักหน้าเงียบๆ
ตอนนี้นางก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้วนอกจากพยักหน้า
เรื่องนี้ก็ล่วงรู้ไปถึงบ้านตระกูลเซี่ยเช่นกัน
หลังจากเซี่ยผิงกั่งได้ยืนเรื่องนี้ เขาก็แค่ส่งเสียง ‘อืม’ หนึ่งทีโดยไม่ได้ถามอะไรอีก
ตอนนี้คนคนนั้นก็ไม่ได้เป็นน้องสาวของเขาแล้ว เขาจะถามให้มากความไปทำไม
จะเป็นจะตายแล้วจะสำคัญกะไร
“ว่ากันว่าฝ่าบาทจะเสด็จไปที่ศาลตัดสินคดีความ ช่วงนี้พวกคนที่ทำงานก็ตัวสั่นงันงกกัน เบื้องบนกลัวว่าตอนที่ฝ่าบาทมาจะไม่มีผลงานอะไรมาแสดง ตอนนี้ข้าได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว เดิมทีคิดว่าจะได้อยู่ขั้นเก้า แต่นึกไม่ถึงแลยว่าจะได้เลื่อนขึ้นไปสูงกว่านั้นอีกขั้นหนึ่ง ตอนนี้ข้าเป็นผู้พิจารณาคดีขั้นแปดชั้นโท แม้จะไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โต แต่ก็พอมีสิทธิ์มีเสียงอยู่บ้างในศาลตัดสินคดีความ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยอย่างเรียบง่าย
เซี่ยหนิวซานพยักหน้าอย่างชื่นชม “ไม่เลวเลยลูกพ่อ ข้าคิดว่านอกจากข้าแล้วตระกูลของเราจะไม่มีใครสามารถเป็นขุนนางได้แล้วเสียอีก!”
ยังไม่เข้าขั้น