องนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ที่นั่นพลังหยินมาก นางก็ยังสามารถแปะยันต์ได้ และพยายามหลบเลี่ยง ก็ยังพอได้อยู่
แต่ตอนนี้หรือ
หากรัชทายาทจะไปที่นั่น นางก็ไปไม่ได้แล้ว
เดิมทีที่นั่นก็เป็นที่ที่รุนแรงเอาการอยู่แล้ว ยิ่งมีรัชทายาทที่รายล้อมไปด้วยวิญญาณดวงน้อย มากมายเพิ่มเข้าไปอีกเช่นนี้ เขาคิดจะฆ่านางใช่หรือไม่
“ร่างกายไม่ดี ทนเหน็ดเหนื่อยไม่ไหว ข้าทำไม่ได้หรอก” ใบหน้าเล็กๆ ของเซี่ยเฉียวขาวซีด
นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“พี่ชายใหญ่ของเจ้าก็อยู่ที่นั่นด้วย มีเขาคอยปกป้องเจ้า ไม่ให้เจ้าลำบากใจหรอก แม้ว่าผู้หญิงจะไม่สามารถรับราชการราชสำนักได้ แต่ก็บางตำแหน่งก็เหมาะสม” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยพลางขมวดคิ้ว
“ขอบพระทัยในความเมตตาของฝ่าบาท แต่ร่างกายของข้านี้…” เซี่ยเฉียวเอ่ยพลางลูบหว่างคิ้วไปมา
จากนั้น สายตานางก็เลอะเลือนไปชั่วครู่ นางสูดลมหายใจเข้าทางปากหนึ่งทีพลางยิ้มอ่อนแรงให้รัชทายาท ในที่สุดศีรษะของนางก็โขกลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา
นางเป็นลมไปแล้ว
“…” จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที เขารีบเอ่ยเรียก “หมอหลวง!”
ขณะที่เขาพูดออกไปจ้าวเสวียนจิ่งก็ก้าวออกไปโดนสัญชาตญาณ และคว้าข้อมือของเซี่ยเฉียวเอาไว้
ข้อมือของนางผอมบางอย่างน่าสงสาร และขาวซีดจนน่าตกใจ
เขาไม่รู้เลย ว่านางอยู่มาได้อย่างไรจนถึงตอนนี้