งานของปรมาจารย์อวิ๋นเวย แถมยังเป็นภาพวาดชิ้นใหญ่เสียด้วย นางจะต้องรู้จักปรมาจารย์เป็นแน่
กระทั่งเป็นไปได้มากทีเดียวที่ว่านางอาจจะเป็นศิษย์ของปรมาจารย์อวิ๋นเวย
และในเวลานี้เมื่อเห็นท่าทางเสแสร้งแกล้งทำของนางเช่นนี้ เขาแทบจะแน่ใจได้แล้ว
“ภาพวาดของปรมาจารย์ค่อนข้างซับซ้อน ร่างกายเจ้าไม่ค่อยดีเช่นนี้ ไม่สร้างความลำบากให้เจ้าแล้วดีกว่า เพียงแต่ข้ามีตำแหน่งราชการอยู่ตำแหน่งหนึ่งที่อยากจะเชิญแม่นางเซี่ยมาลองทำดู” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอีก
“…” เซี่ยเฉียวคิดแต่จะหนี
ตกลงกันแล้วนี่ว่าเมื่อมาถึงเมืองหลวงแล้วจะทำเป็นไม่รู้จักกัน ทำไมเวลานี้จึงพูดมากเช่นนี้
“แม่นางเซี่ยวางใจได้ เจ้าไม่จำเป็นต้องออกหน้าหรือเหน็ดเหนื่อยอันใด เพียงแต่ต้องไปที่ศาลตัดสินคดีความเป็นครั้งคราวเท่านั้น แค่วาดรูปอาชญากรที่ต้องการตัวออกมาเท่านั้น ภาพละสิบตำลึง เงินเดือนเดือนละห้าสิบตำลึง” เขาเสนอ
มีเงินให้ มากด้วย
ใช้ไม่หมดทีเดียวล่ะ
เซี่ยเฉียวหวั่นไหวเล็กน้อย
แต่เมื่อนางได้ยินคำว่าศาลตัดสินคดีความ นางก็ยังกลัวอยู่
สถานที่แห่งนั้นพลังหยินมาก น่ากลัว
นางส่ายศีรษะ
จ้าวเสวียนจิ่งหนังตากระตุกทันที หรือว่าเงินน้อยไป
เขาต้องการให้มากกว่านี้ แต่ตำแหน่งนี้เขาตั้งขึ้นมาเอง หากให้เงินมากกว่านี้อีก มันก็จะไม่ดีต่อเซี่ยเฉียวเอง
“ช่วงนี้ข้าจะต้องไปกำกับดูแลศาลตัดสินคดีความ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยขึ้นอีก
เซี่ยเฉียวหนังตากระตุกทันที
เดิมที…เรื่