์ร้าย
สามคนนั้นถูกลงโทษให้ไปวิ่งกับม้า
หลังจากที่เซี่ยเฉียวบันทึกชื่อพวกเขาทั้งหมดแล้วก็ปล่อยพวกเขาไป ชีไหวและคนอื่นๆ แทบอดทนรอไม่ไหวตั้งนานแล้ว
ลานของเรือนคงกู่แทบจะว่างเปล่าในทันที ราวกับพวกเขาติดปีกแล้ว ‘บิน’ หายไปอย่างไร้ร่องรอย
แม้แต่คนของเรือนคงกู่ก็เข้าห้องเรียนกันหมด ไม่กล้ารั้งอยู่ข้างนอก
พวกเขาทนไม่ได้หากต้องอยู่ในสายตาของรัชทายาท
“แม่นางเซี่ยเรียนการวาดภาพนี้…มาจากใครหรือ” จ้าวเสวียนจิ่งหยิบภาพร่างหน้าตาคนสามคนออกมาพลางมองด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์
การลงพู่กันทำได้ลื่นไหล นางน่าจะมีทักษะนี้มาหลายปีแล้ว
เพียงแต่ว่าภาพเขียนนั้นเรียบง่ายเกินกว่าที่จะมองเห็นลักษณะพิเศษอื่นใด แต่การมองไม่เห็นลักษณะพิเศษอันใด ก็เป็นจุดที่พิเศษที่สุด
ช่างซ่อนเร้น
“เรียนจากอาจารย์เวลาวาดยันต์ตอนที่อยู่ในวัด” เซี่ยเฉียวเอ่ยตอบ
การวาดยันต์นั้นยากมาก ยันต์จำนวนมากจะต้องลากพู่กันร่างให้เสร็จภายในครั้งเดียว ยันต์ที่วาดบิดๆ เบี้ยวๆ ย่อมใช้การไม่ได้ นางจึงต้องฝึกฝนวาดให้มาก
จ้าวเสวียนจิ่งกวาดสายตามองใบหน้าของเซี่ยเฉียว “แม่นางเซี่ยมีทักษะการวาดภาพดีเช่นนี้ ไม่เช่นนั้นลอกเลียนภาพความสุขอันยั่งยืนของมนุษย์ให้ข้าจะได้หรือไม่”
“แค่กๆ…” เซี่ยเฉียวปิดปากไอออกมาสองที “ได้ก็ได้อยู่หรอก…แต่ร่างกายข้าไม่ค่อยดี ไม่รู้ว่าจะมอบให้ฝ่าบาทได้เมื่อไหร่…”
เดิมทีจ้าวเสวียนจิ่งแค่คาดเดาเท่านั้น
เขาคิดว่าในเมื่อเซี่ยเฉียวมีผล