ังจากที่ได้รับภาพวาดนี้มา อาจารย์ของสำนักศึกษาหลายท่านได้ออกมาประเมินแล้ว ไม่ว่าจะเป็นลายมือหรือลักษณะการการลงพู่กันก็ไม่ต่างจากงานของปรมจารย์อวิ๋นเวยเลยแม้แต่น้อย เป็นของจริงแท้แน่นอน” อาจารย์ท่านอื่นก็เอ่ยขึ้นมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ด้วยประจักษ์พยานมากมายเช่นนี้ จะยังสงสัยได้อย่างไรว่าภาพวาดนี้เป็นของปลอม
ชีไหวหน้าซีดลงในทันที
ปฏิกิริยาของทุกคนนับว่าเร็วอยู่ พวกเขารีบประสานมือโค้งคำนับ “พวกเราหุนหันพลันแล่นด้วยความไม่รู้ ฝ่าบาทได้โปรดประทานอภัยด้วย”
เซี่ยเฉียวยกยิ้มเล็กน้อย “พวกเจ้าช่างโง่งมเหลือเกิน”
“…” ทุกคนรู้สึกหนาวเหน็บในใจขึ้นมาทันที
“คิดว่าข้าโง่หรือ มอบของปลอมเป็นของขวัญเข้าเรียน?”
“พวกเจ้าคงคิดว่าตระกูลเซี่ยของข้าไม่คู่ควรสินะ ดังนั้นจึงทนไม่ได้ที่เด็กๆ ตระกูลเซี่ยจะร่วมชั้นเรียนเดียวกับพวกเจ้า ก็เลยเชื่อข่าวลือพวกนั้น ก่อนที่ฝ่าบาทจะเสด็จมา ข้าเกือบจะถูกพวกเจ้าเลาะกระดูกกลืนไปแล้ว ทำให้ข้าตกใจกลัวจน…” เซี่ยเฉียวเอามือกุมหน้าอก “เวียนหัว และไม่รู้จะพบหน้าผู้คนได้อย่างไรแล้ว…”
“…” ทุกคนหนังตากระตุกทันทีด้วยลางสังหรณ์ไม่ดี
เป็นอย่างที่พวกเขาคาด ชั่วอึดใจต่อมาเซี่ยเฉียวก็ไออย่างแรง “ฝ่าบาท ความอัปยศนี้รุนแรงเหลือเกิน หากท่านไม่ให้ความยุติธรรมแก่เซี่ยเฉียวในวันนี้ เลือดของข้าจะสาดกระเซ็นทันที!”
“เลือดสาดกระเซ็น?” จ้าวเสวียนจิ่งตกตะลึงไปทันที เขามองดูสายตาของนางด้วยความประหลาด