่งหนึ่งก็ตบศีรษะตัวเอง “ข้ามันโง่จริงๆ เจ้าก็ไม่ได้โง่ จะทำลายอนาคตของตัวเองอย่างนั้นได้อย่างไร”
นางก็ไม่ได้เพิ่งรู้จักเซี่ยเฉียววันแรกเสียหน่อย เซี่ยเฉียวไม่มีทางทำอย่างนั้นได้เลย
เซี่ยเฉียวแตกต่างจากข่าวลือโดยสิ้นเชิง นางฉลาดมาก และนางสามารถเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าอธิบายได้เป็นอย่างดี!
กระทั่งยังชี้แนะนางอยู่หลายครั้งด้วยซ้ำ
นางเป็นคนมีเหตุผลและรู้ความ ครอบครัวของนางก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินห้าพันตำลึง นางจึงไม่จำเป็นต้องโกหกหลอกลวงเลย
“คนที่ทำลายอนาคตของตัวเองอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ข้าหรอก” สีหน้าเซี่ยเฉียวเย็นชาเล็กน้อย “หากยังลือกันแบบนี้ต่อไป ต่อให้ข้าไม่ออกมาพูด ท่านอาจารย์สวีก็คงจะต้องออกมาพูดแทนข้าสินะ”
“เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว มีคนพูดด้วยนะว่าท่านอาจารย์สวีถูกพี่ชายใหญ่ของเจ้าข่มขู่…” ฉินหลิวรู้สึกลำบากใจที่จะพูด “วันก่อนที่เจ้าจะเข้าเรียนหนึ่งวัน เจ้ายังถูกท่านอาจารย์สวีวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง แต่วันรุ่งขึ้นเขากลับส่งเจ้าไปที่เรือนคงกู่ ทุกคนจึงคิดว่าเขาถูกบังคับให้ทำเช่นนั้น”
เซี่ยเฉียวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนุกขึ้นมาทันที
ถูกบังคับหรือ
คนพวกนี้ช่างคิดจริงๆ
พี่ชายใหญ่ของนางไม่ใช่เผด็จการเสียหน่อย!
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน จู่ๆ ด้านนอกก็คึกคักขึ้นมา
พวกนางเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเข้าไปในเรือนคงกู่ด้วยอาการก้าวร้าว ผู้มาเยือนนั้นไม่ได้มีเจตนาดี และทันทีที่พวกเขา