มาถึงเรือนคงกู่ก็ส่งเสียงดังบอกจุดประสงค์ที่มาชัดเจน
“คนไหนคือแม่นางเซี่ยเฉียว” ทันทีที่ผู้มาเยือนพูดออกมา หลายคนที่อยู่ในเรือนคงกู่ต่างก็หันไปมองเซี่ยเฉียวโดยสัญชาตญาณ
ผู้ที่มาต่างก็เป็นลูกศิษย์ในสำนักศึกษาแห่งนี้ มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง และอายุยังน้อย ซึ่งเป็นวัยที่หุนหันพลันแล่นและภูมิใจในตัวเองพอดี
หลังจากที่เห็นเซี่ยเฉียวแล้ว แต่ละคนก็พากันบีบกันใกล้เข้ามา
สีหน้าของฉินหลิวเปลี่ยนไปทันที
นางคว้าแขนเซี่ยเฉียวด้วยความประหม่าทันที “พวกเราหนีออกไปทางด้านหลังกันเถอะ…”
หากเกิดทะเลาะตบตีกันขึ้นมาเล่าจะทำอย่างไร ร่างกายของเซี่ยเฉียวแย่ขนาดนี้ แค่ผลักนางเบาๆ ทีสองทีก็คงรับไม่ไหวแล้ว
“ข้าวิ่งไม่ไหว” เซี่ยเฉียวพูดตามความจริง
ใบหน้าฉินหลิวขาวซีดทันที “จริงด้วย…”
ร่างกายของเซี่ยเฉียวนี้น่าสงสารจริงๆ
“พวกเจ้าคิดจะทำอะไร” ฉินหลิวรีบเอ่ย “พี่หญิงเซี่ยร่างกายไม่ดี พวกเจ้าทำอย่างนี้นางตกใจนะ!”
“…” เซี่ยเฉียวเลิกคิ้วพลางเหลือบมองฉินหลิว
ต่อหน้าฉินหลิวดูเหมือนว่านางจะไม่ได้แสดงออกว่าไร้ความสามารถเกินไปนี่?
“หากร่างกายไม่ดีก็กลับไปรักษาตัวที่บ้านดีกว่ากระมัง แม่นางเซี่ย สำนักศึกษาของพวกเราไม่เหมาะกับเจ้าหรอก” คนบางคนเอ่ยขึ้น
เซี่ยเฉียวเหลือบไปมอง
มีคนมาค่อนข้างมาก เซี่ยเฉียวมองดูก็เห็นว่าน่าจะมีมากกว่าร้อยคน แน่นอนว่าหลายคนก็มาร่วมสนุกด้วย แต่คนที่เป็นผู้นำก็คือไม่กี่คนที่อยู่ข้างหน้านาง พวกเขาสวมใส