นนั้น กลุ่มคนที่อยู่ตรงข้ามกับนางก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะ
“แม่นางเซี่ย คนที่ทำเรื่องที่น่าละอายเป็นเจ้าเองมิใช่หรือ แม่นางเผยโดนเจ้ารังแกจนต้องถูกไล่ออกมาจากบ้าน เจ้าภูมิใจมากใช่หรือไม่” คนบางคนแค้นเคืองต่อความไม่เป็นธรรม
เผยหว่านเย่ว์ก้มหน้าอยู่ตลอดเวลา นางดูถ่อมตนอย่างยิ่ง
“คุณธรรมบกพร่อง ก้าวร้าวกับคนในบ้าน คนเช่นนี้พวกเราตระกูลเซี่ยเลี้ยงเอาไว้ไม่ได้หรอก” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสียดสี “การกระทำของทุกท่านออกจะเกินเลยไปเสียหน่อย ข้าจะเชิญท่านอาจารย์ให้มาจัดการแทนข้า”
นางไม่ได้โง่ถึงจะสู้กับคนเป็นร้อยด้วยตัวคนเดียว
นางพูดอะไรมากมายไปก็เปล่าประโยชน์ ไม่สู้ให้อาจารย์มาจัดการจะดีกว่า
“พี่หญิงใหญ่ ท่านรีบออกไปจากสำนักศึกษาด้วยตัวเองจะดีกว่านะ เหตุใดต้อง…ทำอย่างนี้ด้วยเล่า รังแต่จะทำให้ทุกคนยิ่งโมโหมากขึ้น” เผยหว่านเย่ว์รีบเอ่ยขึ้นทันที
“ข้าว่าเจ้าน่าจะถูกฟ้าผ่าแน่แล้ว ถึงได้โง่มากถึงขาดนี้” เซี่ยเฉียวมองนางอย่างรังเกียจ
เผยหว่านเย่ว์อึ้งไปเล็กน้อย
ผ่านไปสักพักนางก็รู้สึกละอายและโกรธ “พี่หญิงใหญ่ ข้ารู้ว่าข้าไม่ควรพูดเรื่องนี้ออกมา เรื่องนี้จะต้องถูกเปิดเผยไม่ช้าก็เร็ว ท่านทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ หากอย่างนั้นให้ท่านพ่อเอาเงินมามอบให้อีกทีก็ได้…พวกเราต้องชดเชยให้เขา”
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกอึดอัดไปหมด
นางอยากจะเผาหญิงสาวคนนี้ไปพร้อมกับธูปอย่างอดไม่ได้